เขียนโดย กลุ่มงานสุขศึกษา
วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2011 เวลา 10:49 น.
หากจะตั้งคำถามว่า”อะไรมีค่าที่สุดในชีวิต” แต่ละคนคงจะมีคำตอบที่แตกต่างกันไปแต่น่าจะมีคนจำนวนมากที่ตอบว่า”ชีวิตคือสิ่งมีค่ามากที่สุด”เพราะแต่ละคนดิ้นรนต่อสู้กับปัญหารอบตัว เช่น การทำงาน การเจ็บป่วย การศึกษา เพื่ออะไร ? ถ้าไม่ใช่เพื่อให้มีชีวิตที่ดีและมีความสุข ชีวิตของใคร .. คนนั้นก็ต้องดูแลเองใช่หรือไม่ ? ถ้าตอบว่าใช่ .. โลกนี้คงจะแห้งแล้งไม่น่าอยู่ คงจะมีหลายคนที่ชีวิตเฉาตายไป ในความเป็นจริงแล้วเราต้องดูแลเอาใจใส่กันตั้งแต่ในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนที่โรงเรียน ที่ทำงาน โดยเฉพาะในยามที่มีความทุกข์เรามักต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่น และคนอื่น .. เมื่อมีทุกข์ เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากเราเช่นกัน เวลาที่มีความทุกข์เราจะต้องการเพื่อนมากที่สุด ต้องการคนที่จะมารู้มาเข้าใจว่าเรากำลังทุกข์กาย ทุกข์ใจ ช่วยอยู่เป็นเพื่อน รับฟังปัญหา ช่วยหาแนวทางแก้ไข เห็นใจ ปลอบใจ ให้กำลังใจ สิ่งนี้เป็นน้ำใจที่เราทุกคนต้องการมากที่สุด
โดยปกติแล้วคนทุกคนจะพยายามแก้ไขความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง แต่ในบางครั้งบางปัญหาแก้ไขเองไม่ได้ จะทนแบกรับต่อไปก็ไม่ไหว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนใกล้ชิด คนในครอบครัวหรือชุมชนเดียวกันต้องให้ความสนใจ เข้าใจ เห็นใจ และให้ความช่วยเหลือ ผู้อยู่ใกล้ชิดควรช่วยเหลือ ดังนี้
1. สร้างสัมพันธภาพด้วยการพูดคุยซักถาม เช่น ดูหน้าตาไม่ค่อยสบายเป็นอะไรรึเปล่า ? ถามถึงทุกข์สุขในครอบครัวหรือการทำมาหากินเป็นอย่างไร ?
2. พูดคุยเพื่อหาปัญหาและเพื่อให้ผู้ทุกข์ใจเข้าใจสาเหตุของการเกิดปัญหานี้
3. ช่วยกันคิดหาทางออกของปัญหา พิจารณาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง พยายามหาทางออกในการแก้ปัญหาหลาย ๆ ทางเพื่อเป็นทางเลือก ชั่งน้ำหนักของแต่ละปัญหา และเรียงลำดับปัญหาตามความรีบด่วนจากด่วนมากไปจนถึงเรื่องที่รอได้ หรือเรื่องที่แก้ได้ยากไปจนถึงเรื่องแก้ได้ง่ายโดยดูว่ามีใครที่เกี่ยวข้อง ใครจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง ต้องไปหาใครก่อน / หลัง หรือเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยตัวเอง คิดไว้ก่อนว่าจะพูดอย่างไร ? ทำอย่างไร ? เตรียมใจไว้เผื่อไม่เป็นไปตามที่คิดหวังไว้ บางปัญหาสามารถแก้ไขได้โดยตรงทันทีตามที่เราต้องการ แต่บางปัญหาอาจต้องชะลอยืดเวลาออกไปเพื่อตั้งหลักหาทางแก้ไขหรือต้องประนีประนอมพบกันครึ่งทาง
แต่แม้ว่าจะแก้ไขปัญหาตามที่ต้องการไม่ได้ทั้งหมดก็ยังดีกว่าไม่ได้แก้ไขอะไรเลย ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยคงต้องให้ผู้ทุกข์ใจยอมรับความจริง ยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น ผู้ที่สามารถยอมรับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น คนที่เข้มแข็ง กล้าหาญในการเผชิญกับสิ่งที่ไม่ดี ความล้มเหลวในชีวิต สามารถสู้ชีวิตต่อไปได้เปรียบเสมือนคนที่ล้มแล้วพยายามลุกขึ้นเดินต่อไปย่อมจะมีโอกาสดีกว่าคนที่ไม่ยอมลุกขึ้น
4. ถ้ายังทำใจไม่ได้หรือในรายที่เคยมีปัญหาทางสุขภาพจิตมาก่อนควรจะไปพบผู้ที่มีความรู้ที่สามารถให้การช่วยเหลือได้ที่สถานบริการสาธารณสุขต่าง ๆ ใกล้บ้าน เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาล
หากคนรอบตัวท่านกำลังมีความทุกข์ .. ขอให้ท่านให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับความทุกข์ที่เขาเผชิญอยู่ สังเกตเขาสักนิด ซักถามเขาสักหน่อย อยู่เป็นเพื่อนเขาบ้าง เหตุการณ์ร้าย ๆ คงจะไม่เกิดขึ้น การดูแลกันในยามทุกข์เป็นสิ่งมีค่าที่ท่านสามารถทำได้อย่างแน่นอนค่ะ
ด้วยความปรารถนาดีจาก .... กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลลำปาง
E - mail address Health.edlph@gmail.com
--------------------------------------------------------------------------------------------------
การช่วยขจัดทุกข์ผู้อื่น
โดย.กรมสุขภาพจิต

หากจะตั้งคำถามว่า อะไรมีค่าที่สุดในชีวิตแต่ละคนคงจะมี
คำตอบที่แตกต่างกันไป แต่คงจะมีคนจำนวนมากตอบว่า ชีวิตคือสิ่ง
มีค่ามากที่สุดเราแต่ละคนดิ้นรนต่อสู้กับปัญหารอบตัว เช่น การ
ทำงาน การเจ็บป่วย การศึกษา เพือะไรถ้าไม่ใช่เพื่อให้มีชีวิตที่ดีและ
มีความสุข
![]()
ชีวิตของใคร คนนั้นก็ต้องดูแลเองใช่หรือไม่ ถ้าตอบว่าใช่ โลกนี้คงจะแห้งแล้งไม่น่าอยู่คงจะมีหลาย
คนที่ชีวิตเฉาตายไป ในความเป็นจริงเราต้องดูแลเอาใจใส่กันตั้งแต่ในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนในโรงเรียน ที่ทำงาน โดยเฉพาะในยามที่มีความทุกข์ เราก็ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่น คนอื่นเมื่อมีทุกข์ เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากเราเช่นกัน เวลาที่มีความทุกข์เราจะต้องการเพื่อนมากที่สุด ต้องการคนที่จะมารู้มาเข้าใจว่าเรากำลังทุกข์กาย ทุกข์ใจ ช่วยอยู่เป็นเพื่อน รับฟังปัญหา ช่วยหาแนวทางแก้ไข
เห็นใจ ปลอบใจ ให้กำลังใจ สิ่งนี้เป็นน้ำใจที่เราทุกคนต้องการมากที่สุด
![]()
ฉะนั้น ถ้าคนรอบตัวท่านกำลังมีความทุกข์ขอให้เราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับความทุกข์ที่
เขาเผชิญอยู่ ไม่มีใครหรอกอยากจมอยู่ในกองทุกข์ ถ้าเราไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เขาอาจจะหาทางออกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เป็นอันตรายต่อตัวเองหรือคนใกล้ชิด บางคนกว่าจะคิดได้ว่าถ้าเราสังเกตเขาสักนิดซักถามเขาสักหน่อย อยู่เป็นเพื่อนเขาบ้างเหตุการณ์ร้ายๆ คงจะไม่เกิดขึ้น เมื่อคิดได้มันก็สายไปแล้ว ฉะนั้นการดูแลกันในยามทุกข์จึงเป็นสิ่งมีค่า ที่ท่านสามารถทำได้อย่างแน่นอน
ความทุกข์เป็นของคู่กับมนุษย์ทุกคนไม่เลือกเพศ ฐานะหรือวัย เด็กก็

ทุกข์ประสาเด็ก คนแก่ก็ทุกข์ประสาคนแก่ คนที่มีฐานะการเงินดีมีชื่อเสียงเกียรติยศในสังคมก็ยังหนีไม่พ้น ใครจะทุกข์มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองความทุกข์ที่เกิดขึ้นอย่างไร และมองเห็นทางแก้ไขผ่อนคลายความทุกข์นั้นหรือไม่
โดยปกติแล้ว คนทุกคนจะพยายามแก้ไขความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง แต่ในบางครั้งบางปัญหาแก้ไข
เองไม่ได้ จะทนแบกรับต่อไปก็ไม่ไหว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนใกล้ชิด คนในครอบครัวหรือชุมชนเดียวกัน ต้องให้ความสนใจ เข้าใจ เห็นใจและให้ความช่วยเหลือ อย่าให้เขาเกิดความรู้สึกว่าเขาทุกข์อยู่คนเดียว แต่ควรทำให้เขารู้สึกว่า เมื่อเขาทุกข์แล้ว เขายังมีคนที่ให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจในการแก้ไขความทุกข์ ให้ทุกข์นั้นผ่อนคลาย โดยเฉพาะบางคนทุกข์มาก แต่อายที่จะให้คนอื่นช่วยและไม่กล้าร้องขอ
คนที่ทุกข์ใจ มีความทุกข์จนทนต่อไปไม่ได้ย่อมรับปัญหานั้นไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ไม่มีคน
ช่วยเหลือ หรือหาทางหนีก็ไม่ได้ ผู้อยู่ใกล้ชิดควรช่วยเหลือ ดังนี้
![]()
1. สร้างสัมพันธ์ภาพด้วยการพูดคุยซักถาม เช่น “ดูหน้าตาไม่ค่อยสบายเป็นอะไรหรือเปล่า” ถาม
ถึงทุกข์สุขในครอบครัวหรือการทำมาหากินเป็นอย่างไร
2. พูดคุยเพื่อหาปัญหา เช่น “ดูท่าทางปัญหาครั้งนี้จะทำให้ไม่สบายใจมากกว่าธรรมดา ถ้าพูดออก
มา นอกจากได้ระบายทุกข์ออกมาบ้างแล้วอาจจะหาทางช่วยกันได้”
3. ถ้าเขาเต็มใจพูดคุย ก็ควร ถามรายละเอียดของปัญหาและผลที่ตามมาจนไม่สบายใจ เช่น
- เรื่องราวเป็นมาได้อย่างไร
- ใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง
- ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้สึกอย่างไร
- เรื่องที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนความรู้สึกของตัวเองมากแค่ไหน
- ที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือมีคนอื่นมาช่วยแก้ไขด้วยหรือไม่
4. พูดคุยเพื่อให้ผู้ทุกข์ใจเข้าใจสาเหตุและการเกิดปัญหานี้ ขึ้นโดยใช้คำถาม เช่น ใครบ้างที่ทำ
ให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ทำให้เกิดได้อย่างไรตัวเขามีส่วนด้วยหรือไม่
5. ช่วยกันคิดหาทางออกของปัญหา ตามแนวทางดังต่อไปนี้

- พิจารณาว่ามีปัญหาอะไรบ้างพยายามหาทางออกในการ
แก้ปัญหาหลายทาง เพื่อเป็นทางเลือก
- ชั่งน้ำหนักของแต่ละปัญหา และเรียงลำดับปัญหาตาม
ความรีบด่วน จากด่วนมากไปจนถึงเรื่องที่รอได้หรือเรื่องที่แก้ได้ยากไปจนถึงเรื่องแก้ได้ง่าย
- เริ่มแก้ปัญหาจากปัญหาที่ง่ายไปหาปัญหาที่ยาก หรือเรื่อง
ที่ด่วนมากไปจนถึงเรื่อง ที่รอได้เรียงลำดับก่อนหลังว่าแต่ละอย่างจะแก้อย่างไร โดยดูว่า
๐ มีใครเกี่ยวข้อง
๐ ใครจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง
๐ ต้องไปหาใครก่อน/หลัง หรือเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยตัวเอง
๐ คิดไว้ก่อนว่าจะพูดอย่างไร ทำอย่างไร
๐ เตรียมใจไว้เผื่อไม่เป็นไปตามที่คิดหวังไว้
บางปัญหาสามารถแก้ไขได้โดยตรงทันทีตามที่เราต้องการ แต่บางปัญหาอาจต้องชะลอยืดเวลาออก
ไป เพื่อตั้งหลักหาทางแก้ไขหรือต้องประนีประนอม พบกันครึ่งทาง ถึงแม้ว่าจะแก้ไขปัญหาตามที่ต้องการไม่ได้ทั้งหมด ก็ยังดีกว่าไม่ได้แก้ไขอะไรเลย
ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย คงต้องให้ผู้ทุกข์ใจยอมรับความจริง ยอมรับสภาพที่
เกิดขึ้น ผู้ที่สามารถยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น คนที่เข้มแข็งกล้าหาญ ในการเผชิญกับสิ่งที่ไม่ดีล้มเหลวในชีวิตแต่ สามารถสู้ชีวิตต่อไปได้เปรียบเสมือนคนที่ล้มแล้วพยายามลุกขึ้นเดินต่อไป ย่อมจะมีโอกาสดีกว่าคนที่ไม่ยอมลุกขึ้น
- ถ้ายังทำใจไม่ได้ หรือในรายที่เคยมีปัญหาทางสุขภาพจิตมาก่อน ควรจะไปพบผู้ที่มีความรู้ที่สามารถ
ให้การช่วยเหลือได้ที่สถานบริการสาธารณสุขต่างๆ ที่ใกล้บ้าน เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาล
- ติดตามเพื่อประคับประคองทางจิตใจและทำให้รู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้งด้วยการถามถึงความเป็นอยู่
ช่วยแนะนำและร่วมปรับวิธีการในการแก้ปัญหาครั้งต่อ ๆ ไป
ที่มาของข้อมูล : จากคู่มือดูแลตนเอง เรื่อง ทำอย่างไรเมื่อใจเป็นทุกข์ หน้า 19-23 โดย.กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น