สามารถ ดู "บทความที่ได้รับความนิยม 10 อันดับ

จาก ลิงค์ ส่วนล่างของหน้าบทความนี้ ค่ะ



หากบทความเหล่านี้ มีประโยชน์ อ่านแล้ว ชอบ อยากให้กำลังใจ เจ้าของบล็อก

สามารถทำได้เพียง กดแบ่งปัน ไปตาม google + หรือ facebook หรือ twiter

ขอบคุณค่ะ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อ่านหนังสือ เหตุเกิดจากความรัก

วันนี้ เรามี หนังสือ ดีๆ เกี่ยวกับความรักมาให้ได้ ติดตาม อ่าน กันนะคะ

ต้องขอ ขอบคุณ ที่มา จาก เพจ “เหตุเกิดจากความรัก”

นอกจากนี้ ทางเพจ ยังมี กิจกรรม แจกหนังสือฟรี ด้วยนะคะ หากว่า สนใจรับหนังสือ ก็ลองเข้าไปติดตามรายละเอียดได้ที่แฟนเพจเลยค่ะ

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

รักษา ความรัก กันดีกว่า



แรกรัก

ได้แรงบันดาลใจ มาจาก คู่รัก  สองคู่  รวมถึง เรื่องราว ของเราเอง เป็นสำคัญด้วย
คู่แรก … เป็นคู่รัก ที่ เพิ่งตกลงปลงใจรักกัน … แต่ ก็ เจออุปสรรค แฟนเก่า มาระราน ก็คงเหมือนฉัน เมื่อตอนแรกๆ ที่เริ่มคบกับใครคนหนึ่ง อยู่ดีๆ คนเก่าๆ ก็ โผล่มา ทั้งที หายหัวไปนาน และไม่เคยเห็นความสำคัญของเรา … แต่ พอ เรามีใครขึ้นมาเป็นตัวเป็นตน   กรูก็เริ่มสำคัญสำหรับมึงขึ้นมาทันที …. แต่ก็ไม่เป็นปัญหา สำหรับ คนรักกันใหม่ๆ ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน และ บอกว่า ไม่เป็นไร เราเข้าใจกันก็พอ  จับมือ ฝ่าฟันกันทุกสิ่ง เพื่อให้เราได้ รักกัน ในที่สุด

คู่ที่สอง … เป็นคู่รัก สักระยะ … สักระยะ ที่มากพอ ที่ จะแสดงความเป็นตัวตนออกมาให้ได้เห็นกัน ยามรักกันใหม่ ๆ ก็หวานชื่น โลกทั้งโลก สดใส คิดถึงกันจนแทบจะกลืนกินกันไปทั้งตัวยามได้เจอ …  วันเวลา ผ่านไป  ทะเลาะกันบ่อยขึ้น เกิดความเอาแต่ใจ เกิดทิฐิ ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง คิดแต่ว่าตัวเองถูก เพียงเพื่อนจะเอาชนะ  … เลิกก็เลิก ไม่แคร์ … คำพูดแย่ๆ หลุดออกมาจากปาก ของคนที่เคยมีความรักหวานแหว๋ว มากมาย ชนิดที่ ไม่ได้นึกถึง วันดีๆ ที่ผ่านมาเลย  ….
นั่งมอง คู่รักทั้งสอง แล้ว ก็ ทำให้เห็น ถึง ความจริง ของ ความรัก อีกอย่างหนึ่ง
รักกันแรกๆ อุปสรรค ก็ คือ คนอื่น มักจะมาเป็นมาร ประเภทหวงก้าง ก็มีเยอะ..... แต่ก็ สู้ฝ่าฟันไปจนได้
แต่ พอรักกันไปนานๆ .... อุปสรรค กลับกลาย เป็น มาร ในใจคนทั้งคู่ ... ทิฐิ จนไร้ศรัทธาที่จะอยากฝ่าฟัน ...
ฉันได้แต่หวังว่า คู่ที่รัก กันใหม่ๆ เมื่อเวลาผ่านไป จะพยายามรักษาความรัก ที่เกิดขึ้น กันไว้อย่างดี  หาก มีปัญหา เกิดขึ้นระหว่างกัน ก็ขอให้ นึกถึง ความรักวันแรกๆ นึกถึง สิ่งดีๆ ที่เคยร่วมกันทำ ให้มากๆ  อย่า มัวแต่ จะคิด เอาชนะ หรือ หาเรื่องต่อความยาวสาวความยืดกันเลย
ขอให้ทุกคนที่กำลังมัปัญหากับคนรัก รู้จัก ปล่อยวาง แล้วกลับมาย้อนคิดว่า จะทำอย่างไรให้ ความสัมพันธืของเรานั้นดีขึ้น  มากกว่า ที่ จะมัวแต่ เอาชนะกัน ….

ความรัก ….

ิโดย ดังตฤณ DUNGTRIN

• ความรักเป็นภาวะปรุงแต่ง
อาศัยบุญเก่าที่เคยอยู่ร่วมกันเป็นตัวผลักดันให้มาพบและคุ้นกัน
และอาศัยบุญใหม่ทำให้อยู่ร่วมกันรอด


• ถ้ายังไม่มีความรัก
อย่าเพิ่งรีบหาความรัก
แต่ให้เร่งรู้วิธีสร้างความรัก
ด้วยการใจเย็นเป็น เห็นใจเป็น
พูดดีเป็น อภัยเป็น ไม่เสแสร้งเป็น
แล้วในที่สุดความรักจะตามหาคุณเจอเอง


• การมีคนรัก
ไม่ได้หมายความว่าคุณรู้จักรัก
ความรู้สึกแสนดี การมีเรื่องประทับใจได้ช่วยกันสานสายใยผูกพัน
เป็นเพียงเปลือกนอกของความรัก
...เนื้อแท้ของความรัก
คือการมีกันและกันในยามยาก
...แก่นสารของความรัก
คือการรู้ทางที่จะร่วมกอดคอ
เดินหน้าไปสู่ความดับทุกข์
ไม่เหลือแม้น้ำตาอาลัยกันในยามตาย


• กุศลแรงที่สุดที่ช่วยรักษาชีวิตคู่ไว้
คือกุศลทางใจอันเกิดจากการคิดเกื้อกูลกัน
ไม่ยอมตามความคิดประทุษร้ายกัน ตั้งใจจริงและลงมือทำ


• แก้กรรมสร้างครอบครัวที่อบอุ่น
แค่เอาความหุนหันพลันแล่นในการพูดออกไปจากทุกคนในบ้าน
ก็แก้กรรมเก่าได้เกือบทุกรูปแบบแล้วครับ


• ถ้าไม่เคยพูดอะไรให้คนที่คุณรักเสียใจ
แปลว่าคุณไม่เคยพูดกับเขาหรือเธอเลยสักวัน
แต่ถ้าพูดอะไรให้คนที่คุณรักเสียใจได้ทุกวัน
แปลว่าคุณไม่เคยรับฟังคำพูดของเขาหรือเธอเลยสักคำ


• ในการอยู่ร่วมกันกับใครสักคน
ไม่ต้องทำดีก็อาจเผอิญได้อย่างใจคุณ
แต่คุณจำเป็นต้องมีดี ถึงจะเห็นใจเขาได้


• อยู่ร่วมกันต้องสร้างความรู้สึกอันเป็นบุญกุศลไปในทางเดียวกันให้ได้ก่อน
ไม่งั้นช่องว่างระหว่างคนจะเป็นอุปสรรคให้เจรจาไม่รู้เรื่อง


• คู่แท้เป็นแค่คำหลอกๆ
จริงๆมีแต่คู่บุญ หรือคนที่ใช่ที่สุดที่เราเลือก
แปลว่าถ้าใจเราไม่อยากมีคู่ ก็ไม่มีของแท้อะไรมาบังคับใจได้


• พบรักแท้ว่ายากแล้ว
เหมือนโชคดีเหลือเกินแล้ว
แต่ความจริงคือพบทางพ้นทุกข์นั้นยากกว่า
และโชคดีกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้
เพราะความรักเป็นสิ่งที่เจืออยู่ด้วยความว้าวุ่น
และต้องยุติลงด้วยการจากเป็นหรือจากตาย
แต่ความพ้นทุกข์มีแต่ความสงบที่เต็มบริบูรณ์
กับทั้งเป็นอมตะอย่างแท้จริง ไม่มีการพรากจากอีกเลย

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เพราะ "รัก" คือการไม่เบียดเบียน

จากสวนโมกข์

(อันนี้ถอดความหมายมาอีกทีนะ)

พระพุทธเจ้าเคยตัสแก่วาวิฏฐีว่า

"ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์"
แท้จริงแล้วประโยคนี้นั้นลึกซึ้ง ความรักมันไม่ทำให้ใครทุกข์หรอก แต่เอามันไปอยู่ ณ ที่ใด ยึดมั่นอยู่ที่ไหน ทุกข์จะเกิด แต่สามารถรักได้แบบเผื่อแผ่ทั้งหมด ไม่ยึดอยู่ที่ใด สุขจะเกิด


From. http://www.dharmamag.com/index.php?option=com_content&view=article&id=202&Itemid=72

โดย พัฒนเดช

เพื่อนๆ เคยรู้สึกไหมว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา
มีใครคนหนึ่งที่รักและห่วงใยเรามากกว่าใครๆ
เขาคนนั้นอาจจะเคยเบื่อเราบ้าง แต่ก็ทำได้เพียงไม่นาน...
เขาคนนั้นอาจจะเคยโกรธเราบ้าง แต่ก็พร้อมจะให้อภัยเสมอ

ในยามที่เรามีความทุกข์...
เขาจะคอยปลอบโยนเราทุกทาง จนกว่าความทุกข์นั้นจะหายไป
ในยามที่เราสุข...
เขาจะยิ้มร่าและมีความสุขร่วมไปกับเรา

เขาคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นตัวเราเอง...

ยามใดที่เรา เผชิญกับปัญหาและท้อแท้
ใจของเรานี่แหละ จะกระซิบกับเราอย่างอ่อนโยนว่า
"ไม่เป็นไร ใจเย็นๆ ไว้ แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไป"
ไม่ว่าเราจะทำเรื่อง ที่น่าผิดหวัง หรือเลวร้ายเพียงใด
ลึกๆ ในใจเราก็ยังรักและพร้อมให้อภัยตัวเองเสมอ

เราหวังดีต่อตัวเอง อยากให้ตัวเองได้กินอิ่ม นอนหลับสบาย
ถ้าเพื่อ ตัวเอง และ คนที่ ตัวเอง รักแล้ว
เรายอมตรากตรำทุกอย่างไม่ว่าจะเหนื่อยยากเพียงไร

ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า
“ความรักที่เสมอด้วยความรักตนเองนั้นไม่มี”

(แม้จะมีบางคน ที่เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา หรือความทุกข์แล้ว เอาแต่โทษตัวเอง ทำร้ายตัวเอง หรืออาจจะหาทางออกผิดๆ ถึงขั้นฆ่าตัวตายก็ตาม แต่นั่นก็มาจากความรักตัวเอง เช่นเขาอาจจะเชื่อว่า "ความตาย" เป็นการหนีทุกข์
ซึ่งนั่นเป็นความเข้าใจผิด ด้วยเหตุที่คนเหล่านั้น ขาดสติรู้ตัว และปัญญารู้คิดพิจารณา ว่าการกระทำใด ที่เป็นโทษและประโยชน์แก่ตัวเองอย่างแท้จริง)

หากเปิดใจออกมาสัมผัสดู เราจะรู้สึกว่าความรักที่เรามีต่อตัวเองนั้นยิ่งใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด

เสมือนอากาศที่แวดล้อมเราอยู่ จนบางครั้งเราก็ลืมนึกถึงมัน
แต่ลึกๆ แล้วการกระทำทุกอย่างของเรา ล้วนออกมาจากความรักตัวเองทั้งสิ้น

(เพื่อนๆ หลายคนอาจนึกแย้งว่า การกระทำที่ไม่ได้มาจากความรักตัวเอง เช่น การ เสียสละ ก็มีอยู่นี่นา... ไม่ผิดหรอกครับ ลองอ่านต่อไปนะครับ ^^)

ใครที่ได้สัมผัสกับความรักตนเองแล้ว เขาย่อมมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เขาย่อมเข้าใจดีว่าทั้งคนและสัตว์ทั้งหลายต่างก็มีหัวใจเหมือนกัน
ความทุกข์ใดที่เขาเคยผ่านมาแล้ว ไม่ว่าจะ ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกทำร้ายจิตใจ ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกทรยศหักหลัง เจ็บป่วย สูญเสียคนรัก ฯลฯ

เขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่ามันขื่นขมและทรมานเพียงไร และในเมื่อเขาไม่ปรารถนาจะเผชิญกับสิ่งเหล่านั้นอีก เขาย่อมเข้าใจเช่นกันว่าผู้อื่นก็ย่อมไม่ปรารถนาจะเผชิญกับสิ่งเหล่านั้น ผู้ที่มีความรักที่แท้จริง คือผู้ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ย่อมรักทั้งคนและสัตว์ทั้งหลายอย่างจริงใจ ไม่แบ่งแยก เขาสามารถช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความปรารถนาดีอันบริสุทธิ์ โดยไม่เลือกมิตรศัตรู คนรู้จัก หรือคนแปลกหน้า
เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าที่มีความเมตตาต่อพระเทวทัตผู้คิดร้ายต่อพระองค์ ความรักของบุคคลเหล่านั้นมีแต่การให้ เพราะใจของเขาเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว จึงไม่ร้องขออะไรจากผู้อื่น ทุกการกระทำมีแต่การสละออก แต่การสละออกนั้นไม่ได้ทำให้คุณธรรมของเขาพร่องไป ตรงกันข้ามกลับยิ่งเพิ่มพูน เหมือนการต่อเทียนที่ยิ่งจุดก็มีแต่จะยิ่งส่องสว่าง


ผู้ที่รักตัวเองอย่างแท้จริงย่อมรู้ดีว่า อะไรคือสิ่งที่ดีกับตัวเองจริงๆ เขาย่อมรู้ว่าทรัพย์ภายนอก ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ
ย่อมไม่อยู่กับเขาตลอดไป และไม่ควรฝากความสุขไว้กับสิ่งเหล่านั้น ผู้ที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตา เช่นพระพุทธเจ้านั้น ไม่ใช่ว่าพระองค์ไม่รักตัวเอง แต่เพราะ พระองค์รักตัวเอง จึงสะสม อริยทรัพย์ คือทรัพย์ภายใน ที่ไม่มีใครขโมยไปจากพระองค์ได้เป็นทรัพย์ที่จะติดตัวพระองค์ไปทุกชาติ และเป็นบารมีส่งเสริมให้พระองค์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพระชาติสุดท้าย


อริยทรัพย์ ๗ มี

๑. ศรัทธา เชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคตว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ฯลฯ เป็นผู้ตื่นแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม

๒. ศีล เป็นผู้เว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ จากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

๓. หิริ เป็นผู้มีความละอาย คือละอายต่อกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริตละอาย ต่อการถูกต้องอกุศลธรรมอันลามก

๔. โอตตัปปะ เป็นผู้มีความสะดุ้งกลัว คือ สะดุ้งกลัวต่อกายทุจริตวจีทุจริต มโนทุจริต สะดุ้งกลัวต่อการถูกต้องอกุศลธรรมอันลามก

๕. สุตะ เป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้สดับมามาก ทรงไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ ซึ่งธรรมทั้งหลาย อันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง

๖. จาคะ เป็นผู้มีใจอันปราศจากมลทิน คือ ความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีจาคะอันปล่อยแล้ว มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละควรแก่การขอ ยินดีในทานและการจำแนกทาน

๗. ปัญญา ประกอบด้วยปัญญาที่กำหนดความเกิด และความดับ เป็นอริยะ ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ

ในปัจจุบันผมเห็นคนด่าทอกัน ทะเลาะกัน ทำร้ายกันเป็นเรื่องง่ายดาย เพื่อนๆ เองเคยมีไหมครับ ที่บางครั้งก็รู้สึกไม่พอใจใครขึ้นมา จนพลั้งปากด่าผู้อื่น (หรือจะเจตนาด่าด้วยความสะใจก็ตาม - -)

แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าถ้อยคำที่กล่าวโดยมีเจตนาด่าทอผู้อื่นนั้น ไม่ว่าผู้พูดจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ย่อมออกมาจากใจที่คิดเบียดเบียนเสมอ คำพูดที่เจตนาจะให้คนฟังร้อนด้วยโทสะนั้น
ย่อมต้องผ่านใจและปากของผู้พูดก่อนจะถึงหูคนฟัง

ดังนั้น ก่อนที่ผู้ฟังจะได้ยินคำพูดนั้น ใจของผู้พูดเองจะต้องกระสับกระส่ายเร่าร้อนเสียก่อน และนั่นคือการเบียดเบียนตนเอง

หากคิดแบบปุถุชน... เราอาจจะเห็นว่าในโลกนี้มีคนที่สมควรถูกด่าอยู่ แต่ถ้าเรารักตัวเองมากพอ... ก็จะรู้ว่าไม่มีเหตุผลสมควรเลยที่เราจะด่าทอผู้อื่น (ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเลวเพียงใดก็ตาม) เพราะตอนที่เราด่าทอผู้อื่นนั่นแหละ คือชั่วขณะที่เรากำลังเบียดเบียนคนที่เรารักที่สุด
***********


โครงการแบ่งรักปันธรรม
มอบความรัก ความปรารถนาดีด้วยธรรมะ^^

ที่มา http://www.facebook.com/note.php?note_id=150835528264334&id=100000776436714

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตัดใจอย่างไร เมื่อรักใครสักคนที่ไม่ดีพอ

 

##########@@@@@@@@###########

เชื่อไหม ก่อนหน้านี้ เคย สั่งตัวเอง ไว้เสมอ .. ว่าอย่ารักใครอีกเลย  อย่าทำตัวให้ใจเจ็บ  พยายาม ปิดกั้น ตัวเอง และมองความรัก ในแง่ร้าย อยู่ ตลอด ตามประสา คนเคยเจ็บปวด  เมื่อความรักจากใครๆ ตั้งท่าจะมาทักทาย  ที่มักจะทำเสมอ คือ การคอย ปิดประตู และ แอบซ่อนมัน

จนมาวันหนึ่ง กับคนๆหนึ่ง  เพียงแค่ ความรัก มาเคาะประตู  หัวใจตัวดี ก็กลับรีบเปิดต้อนรับมัน ซะนี่ เหมือนกลัวว่า ความรัก มันจะ เดินเลยผ่านไป ซะอย่างนั้น จนลืมทุกสิ่ง ที่เคย เตือนตัวเอง

หลังจากที่ เปิดประตู ต้อนรับให้ ความรักเข้ามา   เวลาผ่านไปไม่นาน ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยค่ะ

เคยไหม ที่ รู้สึก รักคนๆหนึ่ง ที่ ดูแล้ว ไม่ควรจะรัก เลยด้วยซ้ำ

หลายๆครั้ง ที่ลองนั่งทบทวน หา ความดี ที่คนๆนั้นมี แต่กลับหาไม่เจอ สุดท้าย ต้องย้อน กลับมาถามตัวเอง ด้วยความอึดอัด ว่าเรา รักเขา ทำไม และ เขามีดีอะไร …

- ไม่เคยสนใจเรา ไม่มีเวลาให้  โทรศัพท์ แทบจะไม่มี

-  เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ ขี้หงุดหงิด เจ้าอารมณ์

- เจ้าชู้ ปากหวาน ขี้คุย ขี้โม้ ชอบหว่านเสน่ห์

- ขี้เหล้า ดูดบุหรี่  เล่นการพนัน

- เห็นเพื่อนๆ ดีกว่าเรา 

- สปอร์ตกับเพื่อนฝูง กับเราไม่เคยนึกถึง

##########@@@@@@@@###########

เมื่อ หาข้อดีของเขา ไม่ได้ …. สิ่งที่เกิดขึ้น คือความ ไม่เข้าใจตัวเอง

ได้แต่เฝ้า ถามตัวเอง อยู่เสมอ ว่า ทำไม ต้องรักคนแบบนี้ แต่ ก็ไม่เคยได้คำตอบ  สิ่งที่ได้กลับมาคือ ความเครียด อยู่เสมอ

ไม่มี อะไร จะทำร้ายตัวเราเอง ได้มากเท่าความคิด

หลายครั้ง ที่เฝ้าหา วิธี ที่จะทำให้ใจเข้มแข็ง  …  ตามประสาคนใจอ่อน ที่พอเขาได้พูด ได้คุย ได้อยู่ใกล้ มาทำดีด้วย ก็ยิ่งอ่อนไหว

สุดท้ายยิ่งค้นหา ก็ยิ่งสับสน ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ และง่ายที่สุด ที่คิดว่า จะสามารถช่วยให้ อะไรๆดีขึ้นมาได้ นั้นคือ การ สั่ง ให้ ใจ เกลียด!!!

วันนี้ ทำได้ เท่านี้ จริงๆ ค่ะ …. อดีตที่เจ็บปวด ไม่ได้ช่วยอะไรเลย สำหรับคนจิตใจอ่อนแอ …

ถ้าเป็นคุณ  … คุณจะทำอย่างไร???

คนที่ทําร้ายจิตใจเรา ไม่สมควรที่จะได้หัวใจของเรา
คนที่ทําให้เราร้องไห้ ไม่สมควรที่เราจะรัก
คนที่ทรยศเรา ไม่สมควรที่จะได้รับโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สอง
...
คนที่ทําให้เราทุกข์ใจ ไม่สมควรที่เราจะรู้จัก
และคนที่ทําทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่คู่ควรที่จะเป็นเสี้ยวหนึ่งในชีวิต หรืออยู่ในเสี้ยวนึงของจิตใจเรา

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

อดทน ยอมรับความจริง

“บางครั้ง ในชีวิตคนเราก็ต้องอดทน กับสิ่งที่ไม่อยากอดทน”

การยอมรับความจริง แม้จะเจ็บปวดมากมายเพียงใดก็ตาม ต่อให้หนีความจริงมากมายแค่ไหน แต่วันหนึ่ง เราก็ต้องกลับมายอมรับมันอยู่ดี

คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะพร้อมทำใจยอมรับ  ถึงวันนั้น หลายๆอย่างอาจดูสายไป สำหรับสิ่งดีๆที่มีเข้ามาในชีวิต

บางคน ดิ้นรนหนีความจริง หลอกตัวเองไปวันๆ แต่ก็ต้องอยู่กับความกลัวตลอดเวลา อยู่กับความสุข บนความทุกข์ใจลึกๆของตัวเอง

บางคน ใช้เวลาไม่นานนักที่จะยอมรับสิ่งที่เป็นไป อาจจะดูเหมือนไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่เพราะเค้ารู้ว่า ทุกอย่างต้องเป็นไป ตามวาระเวลา และลึกๆแล้วยังคงคิดถึงมันไม่เปลี่ยนแปลง

 

จริงอยู่ ที่วันนี้ เราเหนื่อยนัก ได้แต่..ร้องไห้…กับสิ่งที่เจอ ปานว่าจะขาดใจ

แล้ววันหน้าล่ะ เราจะร้องไห้แบบนี้ ไปอีกนานแค่ไหน  ใครให้คำตอบได้บ้าง

ยามผิดหวัง ท้อแท้ เสียใจ ได้แต่บอกตัวเอง ว่า ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ..

กลับกัน .. ทำไม เราถึงไม่ถามตัวเองบ้าง ว่า ฉันจะร้องไห้แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

เมื่อเหนื่อยนัก ทำไม ไม่หยุดมัน เมื่อเขาไม่รัก เมื่อเขาทิ้งเราไป เราจะร้องไห้ให้เขาเพิ่ออะไร

ในความเป็นจริง เราอาจจะถาม แต่ก็คงได้แต่ถาม... เมื่อมันยังทำใจไม่ได้เลย…เพราะ เรายังไม่ยอมรับความจริง

 

เหนื่อยจัง  ฉันได้แต่บอกตัวเองซ้ำๆ ย้ำๆ อย่างนั้นกับทุกวันที่ผ่านมาและผ่านไป

กับคำถาม “ทำไม” ในใจตลอดเวลา 

ทำไมเขาทิ้งเรา ทำไมเขาไม่รักเรา ทำไมต้องให้ความหวัง แล้วหลอกเรา ทำไมเราไม่ดีตรงไหน ทำไมเราสู้คนนั้นไม่ได้ ทำไม และ ทำไม ….

ได้แต่ถาม ซ้ำไปซ้ำมา กับตัวเอง … คุยกับตัวเอง  

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ เหมือนได้แต่ตอกย้ำตัว 

จนเราลืมที่จะปลอบใจตัวเอง …. ว่า ทำไม เราถึงไม่ยอมรับความจริง ทำไมเราถึงต้องมานั่งคร่ำครวญ ให้ตัวเองทุกข์ใจแบบนี้  ทำไม และ ทำไม ….

  

 

 

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ความรัก 5 แบบ ตามหลักจิตวิทยา

นักจิตวิทยากล่าวว่า ความรักของคนเรานั้น มีการแสดงความรักออกมา 5 วิธีคือ


1. ความรักแบบต้องการสัมผัส เป็นความรักที่มีการแสดงออกที่สัมพันธุ์กับความรู้สึกด้านร่างกาย ที่ต้องการได้รับสัมผัสที่อบอุ่น ได้อยู่ใกล้ชิดกัน และมีการตอบสนองทางกายต่อกัน และกัน


2. ความรักแบบโรแมนติก เป็นความรักที่มีความรู้สึกหลงไหล ที่รุนแรง รู้สึกว่าอีกฝ่ายดึงดูดใจอย่างมาก


3. ความรักแบบต้องการอยู่ร่วมกัน เป็นความรักที่ต้องการการมีส่วนร่วม แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ต่อกัน ต้องการใช้เวลาอยู่ร่วมกันและทำตามคำขอร้องของคู่ของตน


4. ความรักแบบต้องการความแน่ใจ เป็นความรักที่ต้องการความมั่นคงทางใจ อยากให้คู่ของตนเข้าใจตนเอง ขณะเดียวกันก็พยายามเอาอกเอาใจอีกฝ่าย เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ


5. ความรักแบบสัญญาใจ เป็นความรักที่มักเกิดหลังจากใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนเกิดการผูกพันเป็นสัญญาใจ ที่ต่างก็ยอมรับการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน และเป็นความรับผิดชอบที่รับรู้ได้ด้วยความรู้สึกที่มั่นคงต่อกัน


รูปแบบของการแสดงความรัก 5 วิธีนั้น เป็นรูปแบบที่เสนอโดยคุณหมอผู้อำนวยการ สำนักโครงการสร้างเสริมสุขภาพระดับพื้นที่ของสถาบันส่งเสริมสุขภาพ โดยเรียบเรียง และแปลจากแบบทดสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตคู่อย่างสุขสมและราบรื่น ไว้พิจารณาการแสดงความรักต่อกันให้สอดคล้องต่อความปรารถนาของคู่ชีวิต เพราะชีวิตคู่นั้น ต้องอยู่บนรากฐานของความรัก จึงจะยั่งยืน และสามารถครองชีวิตคู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร เป็นชีวิตคู่ที่เปี่ยมไปด้วย ความรัก และความผูกพันที่มีต่อกัน...

รัก 6 ประเภท

วันนี้มีรูปแบบของความรักมาฝากให้คิดกันค่ะว่า . . . ความรักของคุณในตอนนี้เป็นแบบไหนกันบ้าง


1. ความรักแบบเสน่หา (Eros)
        ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต แม้จะไม่มากพอที่จะทำลายตนเอง หรือรู้สึกถูกใจอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเห็น คล้ายรักแรกพบ ความดึงดูดใจซึ่งกันและกัน การแสดงออกมาทั้งคำพูดและการแสดงความใกล้ชิด อยากเจอกันทุกวัน ถ้าเป็นไปได้ วาดฝันเกี่ยวกับอีกฝ่ายไว้งดงาม และไม่ได้คาดการณ์ถึงอุปสรรคใดๆ
        คู่รักประเภทนี้พยายามพัฒนาสัมพันธภาพกับคู่ของตนอย่างรวดเร็ว โดยการเปิดเผย ซื่อสัตย์ และจริงใจ ใส่ใจคู่รักมากเป็นพิเศษ แต่ไม่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหรือกลัวว่าจะมีคู่แข่ง


2. ความรักแบบไม่ผูกมัด (Ludus)
        ความรักเป็นเกมชนิดหนึ่ง เพื่อความบันเทิงของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการผูกมัด สามารถผลัดเปลี่ยนคู่ไปได้เรื่อยๆ พยายามที่จะไม่สร้างความผูกพันทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งกับใคร เพื่อรักษาความเป็นอิสระของตน ถึงแม้จะไม่ต้องการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด แต่การโกหกและความไม่จริงใจถือว่าเป็นการเล่นตามกติกาที่มี
        ความรักแบบนี้จะไม่หึงหวง หรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และอาจเห็นชอบให้คู่ของตนมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ของตน


3. ความรักแบบมิตรภาพ (Storge)
        ความรักพัฒนามาจากมิตรภาพ เป็นความรู้สึกรักใคร่อันเนื่องมาจากการคบหากันมาเป็นเวลานาน  ไม่ได้มีความ รู้สึกตื่นเต้น เร่าร้อน แต่เน้นการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกันและมีกิจกรรมร่วมกัน ความรักเป็นสิ่งที่มั่นคง ที่ผนวกเข้าไปกับการดำรงชีวิตตามปกติ


4. ความรักแบบลุ่มหลง (Mania)
        ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะใฝ่หาความรัก แต่เชื่อว่าความรักเป็นความเจ็บปวด ปรารถนาความใกล้ชิดและต้องการความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ต้องการให้คู่รักของตนแสดงความรักมากกว่าปกติ เมื่อใดที่คู่รักไม่ได้แสดงความใส่ใจ หรือไม่แสดงความรักตามที่ปรารถนา อาจจะทำร้ายตนเอง เพื่อเอาชนะความรัก คู่รักประเภทนี้เชื่อว่า เมื่อปราศจากความรักจากอีกฝ่าย ชีวิตก็ไม่มีคุณค่าอีกต่อไป


5. ความรักแบบมีเหตุผล (Pragma)
        เป็นความรักที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความเป็นจริง ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะแสวงหาคู่ที่เหมาะสมกับตนมากที่สุด เชื่อว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นก็ต่อเมื่อคู่รักสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของกันและกัน ได้แสวงหาคนที่มีลักษณะคล้ายตนหรือต่างจากตน แต่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด การเลือกคู่จะมีลักษณะคล้ายรักเผื่อเลือก ทั้งนี้ก็เพราะคาดหวังสัมพันธภาพที่ยั่งยืน


6. ความรักแบบเสียสละ (Agape)
        เป็นความรักที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ต้องการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ มีความห่วงใย และคำนึงถึงความสุขของคู่รักเป็นสำคัญ โดยไม่ใส่ใจกับความต้องการของตนเอง "การให้" เป็นปัจจัยสำคัญของความรักแบบนี้ นักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาพบว่า ในชีวิตจริงคู่สมรสจะมีรูปแบบความรักที่คล้ายคลึงกัน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคู่ที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับคู่ที่เลิกราไป พบว่าประเภทแรกจะมีความรักแบบเสน่หาสูงกว่า และมีความรักแบบไม่ผูกมัดต่ำกว่าประเภทหลัง รูปแบบของความรักอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และลักษณะของบุคคลที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย