สามารถ ดู "บทความที่ได้รับความนิยม 10 อันดับ

จาก ลิงค์ ส่วนล่างของหน้าบทความนี้ ค่ะ



หากบทความเหล่านี้ มีประโยชน์ อ่านแล้ว ชอบ อยากให้กำลังใจ เจ้าของบล็อก

สามารถทำได้เพียง กดแบ่งปัน ไปตาม google + หรือ facebook หรือ twiter

ขอบคุณค่ะ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ครูอ้อย ตอบจดหมายคนอกหัก

ถึงคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง 

หลายวันมานี้หนูเศร้าๆมากๆเพราะหนูเพิ่งเลิกกับแฟนซึ่งเป็นรักสามเศร้า เรื่องยาวและหนูเจ็บมากๆจนต้องโทรไปหาครอบครัวซึ่งหนูไม่ว่าจะมีปัญหาความรักยังไงก็ไม่เคยโทรไปหา
หนูนอนร้องไห้ก่อนหน้านี้ ไม่ถึงชั่วโมงจนต้องเอาหนังสือเข็มทิศชีวิตของคุณฐิตินาถมาอ่านเพราะไม่หลับซะที ต้องเกริ่นเลยหนูเคยอ่านเข็มทิศชีวิตมาบ้างแล้วหลายตอนเพราะป้าหนูชอบอ่านมากๆ แต่เล่มนี้ตอนที่ 3 กฎแห่งความสุข ตรงกับปัญหาที่หนูเจออยู่ตอนนี้มากๆเลยคะ หนูควรดำเนินชีวิตต่อไปยังไงดี

เพียงเพราะรัก
เพียงเพราะรัก


ตอบ

ควรดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขที่สุด

เวลาที่คนทิ้งคุณไป ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เจ้านาย แฟน เพื่อน ลูกน้อง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณคือ มีชีวิตต่อไปให้ยอดเยี่ยมที่สุดค่ะ
ถ้าคุณนั่งโกรธแค้น ชีวิตจะตกตำ่ลงเพราะมัวใช้พลังงานกับความโกรธ
การให้อภัยเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดเสมอ เพราะ ความโกรธนั้น เวลาผุดขึ้นมาในใจ นักวิทยาศาสตร์ทางจิตพบว่า มนุษย์ใช้พลังงานเยอะมาก ในการควบคุมดูแลความโกรธ ไม่ว่าจะกดข่ม หรือแสดงออกไป
การให้อภัยไม่ใช่เพื่อเขาแต่เพื่อเรา ขอบคุณที่เขาแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในชีวิตต่อไปอีกเรื่อยๆจำไว้ว่าเกิดอะไรขึ้นมา อันดับแรกให้ยิ้ม ยิ้มด้วยความรู้สึกว่า เราเป็นผู้รับผิดชอบในการทำให้สถาณะการณ์ดีขึ้นได้ อย่างน้อยที่สุดคือ ความรู้สึกของเราสามารถดีขึ้นได้เลยทันที
คนมากมายเคยรู้ว่า พอมันผ่านไปแล้วเราจะหัวเราะกับมัน แต่ครูอ้อยพบว่าจะรอทำไม ยิ้ม หัวเราะตอนนี้เลยสิ เพราะตอนนี้คือเวลาสำคัญที่สุดที่เราต้องการ การยิ้ม
ทันทีที่คนยิ้ม โลกแจ่มใส สารเคมีดีดีหลั่ง ตาสว่าง มองเห็นประตูทางออก เงื่อนไขดีดีในชีวิตปรากฏขึ้นมากมาย
อย่าทำให้เขาคิดถูกที่ทิ้งคุณไปช่วยพิสูจน์ว่าเขาคิดผิด ตัดสินใจผิด ประเมินคุณผิด ด้วยการมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมมีความสุขทุกวัน
แบบที่ภาษาวัยรุ่นบอกว่า จะไปไม่ว่าแต่จะกลับมาช่วยรับบัตรคิว
ทัศนคติท่าที ที่คุณมีจะกำหนดผลลัพธ์ในชีวิตของคุณ ลองคิดดูว่า ผู้หญิงคนแรก แฟนทิ้งตกงาน เจ้าหนี้ทวง เขาคิดว่าชีวิตจบกันแล้ว
ส่วนคนที่สอง มองว่าเป็นโอกาสในการเริ่มต้น การออกจากงานเป็นโอกาสให้ได้เริ่มสร้างงานธุรกิจที่ตัวเองรัก แต่ที่ผ่านมาไม่กล้าลาออกเพราะเงินเดือนก็ดี ไม่กล้าเลิกกับแฟนที่นอกใจบ่อยๆเพราะกลัวต้องอยู่คนเดียว ไม่กล้าจัดการขายทิ้งทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นในชีวิต พอเจอปัญหา เลยได้สะสางสิ่งที่ไม่ดีไม่เป็นประโยชน์ในชีวิตออกไปอย่างแท้จริง
คุณคิดว่า คนที่หนึ่งและสอง ที่เจอสถาณะการณ์เหมือนกัน ด้วยมุมมองที่ต่างกัน ถ้าปัจจัยแวดล้อมเสมอกัน ชีวิตใครจะมีความสุขกว่า ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
แน่นอนว่าคนที่สองจะมีความสุข ตอนนี้ทันที
คนมีปัญญาจะรู้ดีว่าเราต้องสามารถมีความสุขได้จากในตัวเอง ในเวลาที่ทุกอย่างอาจดูยาก เมื่อเราสามารถมีความสุขสงบเบิกบานได้ สิ่งดีดี คนดีดี จึงจะปรากฏตัวขึ้นในชีวิต เพราะเราจะมีความสามรถในการมองเห็นเขาทันที
สิ่งที่ดูเหมือนปัญหา ที่จริงแล้วมีโอกาสมีแง่มุมที่ดีเป็นประโยชน์ในชีวิตอยู่มากมาย
หลายครั้งในชีวิตที่สิ่งที่ค่อนข้างดี ดึงเราไว้จากสิ่งที่ดีที่สุด
โลกส่งโจทย์มาเพื่อให้เราเคลื่อนไปยังจุดที่ดีที่สุดเสมอ แค่เราเรียนรู้และมองให้ออก เปิดตามองดูสิ่งดีดีในชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา
สถาณการณ์ในชีวิต มันไม่ได้ดีหรือไม่ดีในตัวของมันเอง ความโชคดี ได้ลาภ ถ้าเราปฏิบัติกับมันไม่ถูกต้องก็อาจกลายเป็นผลลบกับชีวิตได้ ความท้าทายความยาก ถ้าเราปฏิบัติตัววางใจอย่างถูกต้อง จะกลายเป็นสิ่งดีที่ทำให้ชีวิตของเรายกระดับขึ้นได้ทันทีทั้งด้านความคิด ความรู้สึก การเงิน จิตวิญญาณ
ในตอนนี้ คุณต้องลุกขึ้นมาทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพิ่มทักษะในการทำงาน ครูพบว่าคนในยุคนี้จำนวนมาก ไม่มีทักษะ Skill เฉพาะ ที่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว
พอถามว่ารักอะไรชอบทำอะไร ทำอะไรได้เก่งดีก็ไม่รู้ อยากเปิดร้านอาหารก็ทำอาหารไม่เป็น อยากเป็นโน่นเป็นนี่ก็ไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่มีจุดแข็งเฉพาะตัว
ตอนนี้ครูอ้อย สอนให้คนลองมองให้เห็นว่า เรามีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอะไรที่เราทำเก่งเป็นธรรมชาติ เป็นพรสวรรค์ สองอะไรที่เราสนใจทำให้เราตื่นเต้น อยากตื่นขึ้นมาทำทุกวัน สามอะไรที่เป็นสไตล์ เป็นบุคลิคเป็นความชอบของเรา จุดที่สามเรื่องนี้บรรจบกันคือจุดที่เราแข็งแรงและทำได้ดีที่สุด เมื่อเราเลือกมาทำเราจะประสบความสำเร็จในชีวิต มีความสุขในการได้ตื่นขึ้นมาทำทุกวัน
การอกหักเป็นสัญญาณบอกอันหนึ่งว่า ที่ผ่านมาคุณยังไม่ได้พบ Passion สิ่งที่คุณรักมีความสุข มีชีวิตร่าเริง ดูแลมิติด้านต่างๆในชีวิตได้ดี จนเคารพตัวเอง เคารพคนที่คุณรัก
เลิกกันไปคราวนี้เป็นโอกาส รื้อลิ้นชักเก็บกวาดความรู้สึกในใจ อะไรที่เป้นขยะก็ทิ้งไป อะไรที่เป็นสิ่งดีดี เพื่อนดีดี ความสนใจเรียนรู้เรื่องใหม่ๆจะได้มีพื้นที่ในชีวิต
ลงมือทำ ลงมือเรียนรู้บางอย่าง ทำชีวิตให้ยอดเยี่ยมมหัศจรรย์ เฉลิมฉลองของขวัญในชีวิตใหม่ เริ่มต้นจากจดหมายฉบับนี้ที่ครูอ้อยตอบคุณ และเป็นประโยชน์ให้คนอ่านได้เอาไปบอกเพื่อนที่อาจกำลังอกหัก ผิดหวังตกงานอีกนับไม่ถ้วน ขอบคุณโพสต์ทูเดย์ที่เป็้นสื่อกลาง
ขอให้คุณและคน่านทุกคนมีความสุขมีชีวิตที่อบอุ่นทุกคืนวัน
รักคนทีรักเรา และรักส่งความรู้สึกปรารถนาดีไปยังคนที่ทำร้ายเรา แม้ตอนแรกจะฝืนบ้างเล็กน้อย พลังความเมตตาปรารถนาดีคุ้มครองทุกท่านค่ะ

ด้วยรักและยิ้มแป้น ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง


ที่มา แฟนเพจ ครูอ้อย

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อกหัก คือ จุดตั้งต้นของการเริ่มต้นสิ่งดีๆ

 

อกหักไม่ตาย

ยาม ผิดหวัง อกหัก ท้อแท้ … คุณเป็นคนหนึ่่ง หรือเปล่า ที่คิดว่า หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ไม่อยากทำอะไร และ ไม่อยากมีใครใหม่แล้ว วันๆ วนเวียนอยู่กับความคิดในใจ ว่า “ฉันจะเอาคนนี้” “ฉันจะรอคนนี้” “ฉันอยากให้เขากลับมา”  “ถ้าไม่ได้คนนี้ ก็จะไม่มีใครอีกแล้ว”  …. ถ้าใช่ ขอให้พยายาม ดึงตัวเอง ขึ้นมาจากสภาวะตรงนั้น ให้ได้ นะคะ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว  เพราะมันคงไม่มีประโยชน์อะไรเลย กับสิ่งที่กำลังทำอยู่  คนไม่รัก คนหมดใจ ต่อให้ทำดีให้ตายยังไง เขาก็ไม่กลับมาค่ะ

รู้ไหม ?

บางที การที่ใครสักคนหนึ่งไปจากเรา อาจเป็นจุดตั้งต้นของการได้เริ่มต้นสิ่งดีๆ สำหรับชีวิตใหม่ที่เหลือ ก็เป็นได้ Very Happy

ผู้หญิงคนหนึ่ง ในวันนั้น ร้องไห้ฟูมฟาย เสียใจ ที่ รู้ว่า แฟนมี ใครอีกคน แล้วก็ดูทีท่า ว่าแฟนจะมีใจไปทางผู้หญิงคนใหม่มากกว่าตัวเองด้วยซ้ำ ด้วยความที่รักมาก จึงยอมให้ แฟน ข่มเหงน้ำใจอยู่ตลอด จากที่เคยเป็นแฟนอย่างเปิดเผย ต้องยอมกลายเป็นแฟนเก็บ ขอเพียง อย่าไปจากฉัน อย่าทิ้งฉัน … เพื่อนฝูง ให้กำลังใจ แนะนำให้ทำใจอย่างไรก็ ไม่ฟัง จะฟังได้ยังไง ในเมื่อใจยังรักผู้ชายคนนั้นอยู่ซะมากมาย .. เพื่อนบอกว่าให้หาคนใหม่ มองคนใหม่ เธอก็บอกว่า “ไม่อ่ะ ฉันไม่อยากมีใครแล้ว ฉันรักคนนี้”   บางวัน เหนื่อย ท้อแท้ มีปัญหาหนักๆเข้ามา เธอก็จะ บ่นว่า “อยากมีใครสักคน จะได้ลืมๆคนนี้” แต่สุดท้าย เธอก็ ยังตัดใจไม่ได้ ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม กลับไปยอมให้ผู้ชายเอาเปรียบอยู่ดี …. ทำไงได้ .. ก็ยังรักนิ …..  เฮ้อ…

วันหนึ่งมีเพื่อน บอกกับเธอว่า  ถ้า จิตเรายังไม่ปล่อยเขา ก็จะไม่มีทาง ที่จะ มีคนใหม่ เข้ามานะ ถึงมีเข้ามา เขาก็จะแพ้ทางคนเก่า และ ต้องจากไปอยู่ดี  เพราะเคยมีพระ แนะนำว่า  ในวิถีแห่งกรรม ถ้า คู่คนหนึ่งยังอยู่ ก็จะไม่มีทางที่จะเปิดให้ คู่อีกคนเข้ามา   ….สรุปคือ  ถ้าเธอไม่ตัดใจ ให้เด็ดขาด ก็คงจะเป็นการยาก ที่จะมีใครใหม่   ….. เพื่อนได้แต่แนะนำเธอไปเช่นนั้น และ เฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ ให้กำลังใจบ้าง ในบางครั้ง

ระยะเวลาผ่านไป ไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ใจเธอ ขาด กับผู้ชายคนนั้นอย่างทันที แล้วคุณรู้ไหม ว่า ถัดมาจากนั้นไม่ถึงเดือน  ก็มีเพื่อน แนะนำ ผู้ชายคนใหม่มาให้เธอ ชนิดที่ไม่คิดว่า จะช่างพอเหมาะพอเจาะ กับเวลาและโอกาสซะเหลือเกิน … ก่อนหน้านั้น เพื่อนๆ พยายามมองหาผู้ชายคนใหม่ ให้เธอมาตลอด เพื่อหวังจะให้เธอได้คบ และลืมคนเก่า  … แต่หาเท่าไหร่ ก็หาไม่ได้สักที ไม่เห็นมีใครที่ โสด และ ดี เหมาะสมกับเธอสักคน   จน เมื่อเพื่อนได้ข่าว ว่าเธอ ตัดขาดกับผู้ชายคนเก่าอย่างเด็ดขาดแล้วนะ อยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายดีๆ โผล่เข้ามาในชีวิตของเพื่อนๆ  เพื่อชักนำมาให้เธอได้รู้จัก … นี่ไงคะ … เมื่อ จิตเธอเริ่มตัดคนเก่าขาด คนใหม่ ก็จ่อคิว เข้ามาทันที แถมดีกว่าเดิมด้วย

ทุกวันนี้  เธอมีความสุข กับ ความรักครั้งใหม่จนใครๆก็อิจฉา  ผู้ชายคนใหม่ของเธอ ก็เป็นคนดี ไม่เจ้าชู้ โรแมนติก และ มีความรับผิดชอบ ดีกว่า คนเก่า มากๆ  

เธอคิด อยู่เสมอว่า ถ้า เธอ ไม่ อกหักในวันนั้น   เธอคง ไม่มีโอกาสได้ เจอผู้ชาดีๆอย่างยคนปัจจุบันนี้ แน่ๆ การอกหัก คือ จุดตั้งต้นของการเริ่มต้นสิ่งดีๆ Very Happyจริงๆ

เห็นไหมคะ   วันนี้เธอมีความสุข  คุณก็ สามารถเลือกได้เช่นกันนะคะ ว่าจะให้ชีวิตตัวเอง จมอยู่ หรือ จะเดินหน้าต่อไป เพื่อเจอกับ สิ่งดีๆ

ขอให้ทุกคนมีความสุขนะคะ เลือกและทำ สิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง

นส. อ่อนไหว

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

คนที่มีรักแท้ นั้น มีบุญ

คนที่มีรักแท้ คนที่เจอคนที่รักและทุ่มเทให้เราสุดชีวิต คุณมีบุญกับรักแท้เค้ามามาก เมื่อมีเค้าอยู่ถนอมไว้เถอะ หลายคนเลือกที่จะทะเลาะมากกว่าถนอม เมื่อวันนึงที่มันผ่านไปแล้ว จะเรียกร้องคงยาก เขาก็คงเป็นได้แค่เพียงสายลมที่อยู่ข้างตัวคุณเท่านั้นเอง!!"

 

>>>> วาทะ by ริว จิตสัมผัส ... รายการคนอวดผี  4 มกราคม 2555

ข้อความดีๆ จาก คุณดังตฤณ DUNGTRIN

 

• ฝึกยอมรับความจริงไว้แต่เนิ่นๆ
เพราะยิ่งเวลาผ่านไป
คุณจะยิ่งต้องยอมรับความจริงที่ไม่น่ายอมรับมากขึ้นทุกที
• ในการอยู่ร่วมกันกับใครสักคน
ไม่ต้องทำดีก็อาจเผอิญได้อย่างใจคุณ
แต่คุณจำเป็นต้องมีดี ถึงจะเห็นใจเขาได้
• อยู่ร่วมกันต้องสร้างความรู้สึกอันเป็นบุญกุศลไปในทางเดียวกันให้ได้ก่อน
ไม่งั้นช่องว่างระหว่างคนจะเป็นอุปสรรคให้เจรจาไม่รู้เรื่อง
• อย่าคาดหวังจะให้ใครต่อใครเข้าใจคุณ
เพราะเกือบทุกคนก็กำลังสับสนอยู่กับการทำความเข้าใจตนเองเช่นกัน
• กว่าจะเลิกอยากให้คนอื่นเข้าใจคุณ
คุณจำเป็นต้องเข้าใจตัวเองให้ขาด
และเห็นใจคนอื่นมากๆได้เสียก่อน
และพอเลิกอยากให้คนอื่นเข้าใจนะครับ
กระแสความเข้าใจคนอื่นจะเริ่มก่อตัวขึ้นในเราเอง
ตลอดจนดึงดูดเขามาสนใจเราด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้นไปแทน
นี่คือธรรมชาติของจิตที่แผ่ออกไปด้วยกระแสเมตตาโดยแท้
• เมื่อเกิดความขัดแย้งทางความคิด
ถ้าคุณไม่คิดหาคำพูดดีๆ แนวโน้มคือคำพูดแย่ๆจะชิงหลุดจากปากออกมาก่อน
ความขัดแย้งมีแรงอัด มีพลังผลักดันให้อยากก่อวจีทุจริต
ทางหนึ่งที่จะปิดประตูใส่มัน คือฝึกคิดเลือกคำพูดที่ดี ที่นุ่มนวล
หรือที่กรองแล้วว่าระคายโสตน้อยที่สุด
ตัวการฝึกคิด จะเป็นกรรมดีในทั้งแง่ของมโนสุจริตและวจีสุจริต
ตลอดจนเป็นการฝึกสติให้เกิดสมาธิในการพูด
เพราะการเอาชนะแรงอัดในการพูดทางร้าย
ก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ยอมอ่อนแอลงทุกที
เปิดโอกาสให้ตัวเองก่อมโนทุจริตและวจีทุจริตเพิ่มขึ้นทุกวัน
ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยเสรีภาพทางความคิด
อันขัดแย้งอย่างยากจะหาทางประนีประนอมนี้ครับ
-
Dungtrin -

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

การช่วยขจัดทุกข์ผู้อื่น

เขียนโดย กลุ่มงานสุขศึกษา

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2011 เวลา 10:49 น.

หากจะตั้งคำถามว่า”อะไรมีค่าที่สุดในชีวิต” แต่ละคนคงจะมีคำตอบที่แตกต่างกันไปแต่น่าจะมีคนจำนวนมากที่ตอบว่า”ชีวิตคือสิ่งมีค่ามากที่สุด”เพราะแต่ละคนดิ้นรนต่อสู้กับปัญหารอบตัว เช่น การทำงาน การเจ็บป่วย การศึกษา เพื่ออะไร ? ถ้าไม่ใช่เพื่อให้มีชีวิตที่ดีและมีความสุข ชีวิตของใคร .. คนนั้นก็ต้องดูแลเองใช่หรือไม่ ? ถ้าตอบว่าใช่ .. โลกนี้คงจะแห้งแล้งไม่น่าอยู่ คงจะมีหลายคนที่ชีวิตเฉาตายไป ในความเป็นจริงแล้วเราต้องดูแลเอาใจใส่กันตั้งแต่ในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนที่โรงเรียน ที่ทำงาน โดยเฉพาะในยามที่มีความทุกข์เรามักต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่น และคนอื่น .. เมื่อมีทุกข์ เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากเราเช่นกัน เวลาที่มีความทุกข์เราจะต้องการเพื่อนมากที่สุด ต้องการคนที่จะมารู้มาเข้าใจว่าเรากำลังทุกข์กาย ทุกข์ใจ ช่วยอยู่เป็นเพื่อน รับฟังปัญหา ช่วยหาแนวทางแก้ไข เห็นใจ ปลอบใจ ให้กำลังใจ สิ่งนี้เป็นน้ำใจที่เราทุกคนต้องการมากที่สุด

โดยปกติแล้วคนทุกคนจะพยายามแก้ไขความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง แต่ในบางครั้งบางปัญหาแก้ไขเองไม่ได้ จะทนแบกรับต่อไปก็ไม่ไหว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนใกล้ชิด คนในครอบครัวหรือชุมชนเดียวกันต้องให้ความสนใจ เข้าใจ เห็นใจ และให้ความช่วยเหลือ ผู้อยู่ใกล้ชิดควรช่วยเหลือ ดังนี้

1. สร้างสัมพันธภาพด้วยการพูดคุยซักถาม เช่น ดูหน้าตาไม่ค่อยสบายเป็นอะไรรึเปล่า ? ถามถึงทุกข์สุขในครอบครัวหรือการทำมาหากินเป็นอย่างไร ?

2. พูดคุยเพื่อหาปัญหาและเพื่อให้ผู้ทุกข์ใจเข้าใจสาเหตุของการเกิดปัญหานี้

3. ช่วยกันคิดหาทางออกของปัญหา พิจารณาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง พยายามหาทางออกในการแก้ปัญหาหลาย ๆ ทางเพื่อเป็นทางเลือก ชั่งน้ำหนักของแต่ละปัญหา และเรียงลำดับปัญหาตามความรีบด่วนจากด่วนมากไปจนถึงเรื่องที่รอได้ หรือเรื่องที่แก้ได้ยากไปจนถึงเรื่องแก้ได้ง่ายโดยดูว่ามีใครที่เกี่ยวข้อง ใครจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง ต้องไปหาใครก่อน / หลัง หรือเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยตัวเอง คิดไว้ก่อนว่าจะพูดอย่างไร ? ทำอย่างไร ? เตรียมใจไว้เผื่อไม่เป็นไปตามที่คิดหวังไว้ บางปัญหาสามารถแก้ไขได้โดยตรงทันทีตามที่เราต้องการ แต่บางปัญหาอาจต้องชะลอยืดเวลาออกไปเพื่อตั้งหลักหาทางแก้ไขหรือต้องประนีประนอมพบกันครึ่งทาง

แต่แม้ว่าจะแก้ไขปัญหาตามที่ต้องการไม่ได้ทั้งหมดก็ยังดีกว่าไม่ได้แก้ไขอะไรเลย ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยคงต้องให้ผู้ทุกข์ใจยอมรับความจริง ยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น ผู้ที่สามารถยอมรับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น คนที่เข้มแข็ง กล้าหาญในการเผชิญกับสิ่งที่ไม่ดี ความล้มเหลวในชีวิต สามารถสู้ชีวิตต่อไปได้เปรียบเสมือนคนที่ล้มแล้วพยายามลุกขึ้นเดินต่อไปย่อมจะมีโอกาสดีกว่าคนที่ไม่ยอมลุกขึ้น

4. ถ้ายังทำใจไม่ได้หรือในรายที่เคยมีปัญหาทางสุขภาพจิตมาก่อนควรจะไปพบผู้ที่มีความรู้ที่สามารถให้การช่วยเหลือได้ที่สถานบริการสาธารณสุขต่าง ๆ ใกล้บ้าน เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาล

หากคนรอบตัวท่านกำลังมีความทุกข์ .. ขอให้ท่านให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับความทุกข์ที่เขาเผชิญอยู่ สังเกตเขาสักนิด ซักถามเขาสักหน่อย อยู่เป็นเพื่อนเขาบ้าง เหตุการณ์ร้าย ๆ คงจะไม่เกิดขึ้น การดูแลกันในยามทุกข์เป็นสิ่งมีค่าที่ท่านสามารถทำได้อย่างแน่นอนค่ะ

ด้วยความปรารถนาดีจาก .... กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลลำปาง

E - mail address Health.edlph@gmail.com

--------------------------------------------------------------------------------------------------

 

การช่วยขจัดทุกข์ผู้อื่น

โดย.กรมสุขภาพจิต

หากจะตั้งคำถามว่า อะไรมีค่าที่สุดในชีวิตแต่ละคนคงจะมี

คำตอบที่แตกต่างกันไป แต่คงจะมีคนจำนวนมากตอบว่า ชีวิตคือสิ่ง
มีค่ามากที่สุดเราแต่ละคนดิ้นรนต่อสู้กับปัญหารอบตัว เช่น การ
ทำงาน การเจ็บป่วย การศึกษา เพือะไรถ้าไม่ใช่เพื่อให้มีชีวิตที่ดีและ
มีความสุข

ชีวิตของใคร คนนั้นก็ต้องดูแลเองใช่หรือไม่ ถ้าตอบว่าใช่ โลกนี้คงจะแห้งแล้งไม่น่าอยู่คงจะมีหลาย

คนที่ชีวิตเฉาตายไป ในความเป็นจริงเราต้องดูแลเอาใจใส่กันตั้งแต่ในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนในโรงเรียน ที่ทำงาน โดยเฉพาะในยามที่มีความทุกข์ เราก็ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่น คนอื่นเมื่อมีทุกข์ เขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากเราเช่นกัน เวลาที่มีความทุกข์เราจะต้องการเพื่อนมากที่สุด ต้องการคนที่จะมารู้มาเข้าใจว่าเรากำลังทุกข์กาย ทุกข์ใจ ช่วยอยู่เป็นเพื่อน รับฟังปัญหา ช่วยหาแนวทางแก้ไข
เห็นใจ ปลอบใจ ให้กำลังใจ สิ่งนี้เป็นน้ำใจที่เราทุกคนต้องการมากที่สุด

ฉะนั้น ถ้าคนรอบตัวท่านกำลังมีความทุกข์ขอให้เราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับความทุกข์ที่

เขาเผชิญอยู่ ไม่มีใครหรอกอยากจมอยู่ในกองทุกข์ ถ้าเราไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เขาอาจจะหาทางออกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เป็นอันตรายต่อตัวเองหรือคนใกล้ชิด บางคนกว่าจะคิดได้ว่าถ้าเราสังเกตเขาสักนิดซักถามเขาสักหน่อย อยู่เป็นเพื่อนเขาบ้างเหตุการณ์ร้ายๆ คงจะไม่เกิดขึ้น เมื่อคิดได้มันก็สายไปแล้ว ฉะนั้นการดูแลกันในยามทุกข์จึงเป็นสิ่งมีค่า ที่ท่านสามารถทำได้อย่างแน่นอน

ความทุกข์เป็นของคู่กับมนุษย์ทุกคนไม่เลือกเพศ ฐานะหรือวัย เด็กก็

ทุกข์ประสาเด็ก คนแก่ก็ทุกข์ประสาคนแก่ คนที่มีฐานะการเงินดีมีชื่อเสียงเกียรติยศในสังคมก็ยังหนีไม่พ้น ใครจะทุกข์มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองความทุกข์ที่เกิดขึ้นอย่างไร และมองเห็นทางแก้ไขผ่อนคลายความทุกข์นั้นหรือไม่

โดยปกติแล้ว คนทุกคนจะพยายามแก้ไขความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง แต่ในบางครั้งบางปัญหาแก้ไข

เองไม่ได้ จะทนแบกรับต่อไปก็ไม่ไหว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คนใกล้ชิด คนในครอบครัวหรือชุมชนเดียวกัน ต้องให้ความสนใจ เข้าใจ เห็นใจและให้ความช่วยเหลือ อย่าให้เขาเกิดความรู้สึกว่าเขาทุกข์อยู่คนเดียว แต่ควรทำให้เขารู้สึกว่า เมื่อเขาทุกข์แล้ว เขายังมีคนที่ให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจในการแก้ไขความทุกข์ ให้ทุกข์นั้นผ่อนคลาย โดยเฉพาะบางคนทุกข์มาก แต่อายที่จะให้คนอื่นช่วยและไม่กล้าร้องขอ

คนที่ทุกข์ใจ มีความทุกข์จนทนต่อไปไม่ได้ย่อมรับปัญหานั้นไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ไม่มีคน

ช่วยเหลือ หรือหาทางหนีก็ไม่ได้ ผู้อยู่ใกล้ชิดควรช่วยเหลือ ดังนี้

1. สร้างสัมพันธ์ภาพด้วยการพูดคุยซักถาม เช่น “ดูหน้าตาไม่ค่อยสบายเป็นอะไรหรือเปล่า” ถาม

ถึงทุกข์สุขในครอบครัวหรือการทำมาหากินเป็นอย่างไร

2. พูดคุยเพื่อหาปัญหา เช่น “ดูท่าทางปัญหาครั้งนี้จะทำให้ไม่สบายใจมากกว่าธรรมดา ถ้าพูดออก

มา นอกจากได้ระบายทุกข์ออกมาบ้างแล้วอาจจะหาทางช่วยกันได้”

3. ถ้าเขาเต็มใจพูดคุย ก็ควร ถามรายละเอียดของปัญหาและผลที่ตามมาจนไม่สบายใจ เช่น

   - เรื่องราวเป็นมาได้อย่างไร
   - ใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง
   - ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้สึกอย่างไร
   - เรื่องที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนความรู้สึกของตัวเองมากแค่ไหน
   - ที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือมีคนอื่นมาช่วยแก้ไขด้วยหรือไม่

4. พูดคุยเพื่อให้ผู้ทุกข์ใจเข้าใจสาเหตุและการเกิดปัญหานี้ ขึ้นโดยใช้คำถาม เช่น ใครบ้างที่ทำ

ให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ทำให้เกิดได้อย่างไรตัวเขามีส่วนด้วยหรือไม่

5. ช่วยกันคิดหาทางออกของปัญหา ตามแนวทางดังต่อไปนี้

- พิจารณาว่ามีปัญหาอะไรบ้างพยายามหาทางออกในการ

แก้ปัญหาหลายทาง เพื่อเป็นทางเลือก

- ชั่งน้ำหนักของแต่ละปัญหา และเรียงลำดับปัญหาตาม

ความรีบด่วน จากด่วนมากไปจนถึงเรื่องที่รอได้หรือเรื่องที่แก้ได้ยากไปจนถึงเรื่องแก้ได้ง่าย

- เริ่มแก้ปัญหาจากปัญหาที่ง่ายไปหาปัญหาที่ยาก หรือเรื่อง

ที่ด่วนมากไปจนถึงเรื่อง ที่รอได้เรียงลำดับก่อนหลังว่าแต่ละอย่างจะแก้อย่างไร โดยดูว่า

  ๐ มีใครเกี่ยวข้อง
๐ ใครจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง
๐ ต้องไปหาใครก่อน/หลัง หรือเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยตัวเอง
๐ คิดไว้ก่อนว่าจะพูดอย่างไร ทำอย่างไร
๐ เตรียมใจไว้เผื่อไม่เป็นไปตามที่คิดหวังไว้

บางปัญหาสามารถแก้ไขได้โดยตรงทันทีตามที่เราต้องการ แต่บางปัญหาอาจต้องชะลอยืดเวลาออก

ไป เพื่อตั้งหลักหาทางแก้ไขหรือต้องประนีประนอม พบกันครึ่งทาง ถึงแม้ว่าจะแก้ไขปัญหาตามที่ต้องการไม่ได้ทั้งหมด ก็ยังดีกว่าไม่ได้แก้ไขอะไรเลย

ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย คงต้องให้ผู้ทุกข์ใจยอมรับความจริง ยอมรับสภาพที่

เกิดขึ้น ผู้ที่สามารถยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น คนที่เข้มแข็งกล้าหาญ ในการเผชิญกับสิ่งที่ไม่ดีล้มเหลวในชีวิตแต่ สามารถสู้ชีวิตต่อไปได้เปรียบเสมือนคนที่ล้มแล้วพยายามลุกขึ้นเดินต่อไป ย่อมจะมีโอกาสดีกว่าคนที่ไม่ยอมลุกขึ้น

- ถ้ายังทำใจไม่ได้ หรือในรายที่เคยมีปัญหาทางสุขภาพจิตมาก่อน ควรจะไปพบผู้ที่มีความรู้ที่สามารถ

ให้การช่วยเหลือได้ที่สถานบริการสาธารณสุขต่างๆ ที่ใกล้บ้าน เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาล

- ติดตามเพื่อประคับประคองทางจิตใจและทำให้รู้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้งด้วยการถามถึงความเป็นอยู่

ช่วยแนะนำและร่วมปรับวิธีการในการแก้ปัญหาครั้งต่อ ๆ ไป

ที่มาของข้อมูล : จากคู่มือดูแลตนเอง เรื่อง ทำอย่างไรเมื่อใจเป็นทุกข์ หน้า 19-23 โดย.กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รักคนมีคู่ ถึงรู้ว่าผิดศีลธรรม


เพราะโลกนี้  ผู้หญิง มีมากกว่า ผู้ชาย และ ผู้ชายดีๆ ก็ หาแสนยาก ที่ดี ส่วนใหญ่ ก็ แต่งงานมีครอบครัว ไปหมด  “คนดีๆ ไม่ใช่ของเรา”  ทำให้มีผู้หญิง หาแฟนไม่ได้ ก็มากมาย  และ บางส่วน ก็ จำใจ “รักคนมีคู่”

รู้ … ว่า ไม่ดี แต่รักไปแล้ว
กรณีนี้เชื่อว่า หลายๆคน คงมี สำนึกผิดชอบชั่วดี แต่ คงไม่มีความเข้มแข็งพอ ที่จะ ตัดใจ และ เพราะเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาก่อน จึงไม่คิดจะตำหนิผู้ใด ยกเว้น เสียแต่ผู้หญิง ที่ ชอบไล่จับผู้ชายรวยๆ ชอบเอาชนะ ใช้เงินนำหน้าความรัก 

หากคุณ เป็นคนหนึ่ง ที่กำลัง เริ่มต้น รักคนมีคู่ …. ลองใช้ ความกล้า ที่มีอยู่ในตัวคุณสักครั้ง ในการ ฝืนใจ และ ตัดใจ  ทิ้งความเสียดายทุกสิ่งทุกอย่างออกให้หมด แล้วก้าวเดินไปข้างหน้านะคะ เราเชื่อว่า ยังมีคนดีๆ รอเราอยู่อีกมากมาย ชีวิตนี้คงไม่จบลงแค่ ผู้ชายคนนี้หรอกค่ะ  ถึงแม้วันนี้ จะต้องทุกข์ เพราะความเสียใจที่เราไม่สมหวัง แต่วันข้างหน้า ก็ยังมีโอกาสให้เราแก้ตัว มีความสุขด้วยการ เจอคนที่ใช่ คนที่เป็นของเรา ดีกว่า เสียเวลา อยู่กับคนของคนอื่นที่แม้จะสุขในวันนี้ แต่เป็นทุกข์ที่ยาวนาน …. เสียเวลาจริงๆนะ

ส่วนคนที่ตัดใจ รักคนมีคู่ ไม่ได้ … ช่วงเวลาแห่งการมีกันและกัน ก็ คงมีทั้ง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง สลับกันไป เหมือน คู่รักอื่นๆ ทั่วไป  แต่ เชื่อเถอะ ความคิดที่ว่า ~ป่านนี้ เขาคงอยู่กับภรรยา เขาจะเป็นยังไง รักกันขนาดไหน ไปไหนกัน ~ คงตามหลอกหลอนคุณอยู่ทุกวัน เข้าทำนอง ยามอยู่กับเขาเราก็สุข พอเขากลับไป หรือห่างกัน อยู่คนเดียวเราก็ทุกข์  ....... 
สำหรับเรา หาก มีใคร มาถามว่า ควรทำอย่างไร   ถ้าเป็นไปได้และคุณทำได้ ก็อยากจะให้ตัดใจอยู่แล้วค่ะ   แต่ เข้าใจ ว่า คงทำได้ยาก กับความรักแบบนี้  ก็ คงต้องรอ ให้ถึงจุดๆหนึ่งก่อนค่ะ  จุด ที่ความรักของคุณและเขาสิ้นสุด  เรียกง่ายๆคือ ปล่อยไปตามเวรตามกรรม  นอกเสียจากว่า คุณจะมีแรง ตัดใจจากเขาได้   ใช้เวรใช้กรรมกันไป  ยามสุข ก็อย่าหลงระเริง ว่าเขานั้นรักเรานัก รักเราหนา ... ยามทุกข์ ก็พึงบอกตัวเอง ว่า เราทำเวรทำกรรมกันมา และอาศัยความทุกข์นั้นเป็นแรงผลักดัน สร้างความดี สร้างบุญกุศล ใช้ธรรมะเป็นที่พึ่ง

ทางหนึ่ง ที่อาจเป็นทางออก เป็นที่พึ่งทางใจยามทุกข์ท้อได้ ... คือ
การตั้งจิตอธิษฐาน ต่อหน้าพระประธาน  หากเราและเขา มีเวรมีกรรมร่วมกันมา จักขออโหสิกรรมไว้ ณ ที่นี้  กรรมใดที่เคยทำไว้ จักขอชดใช้ให้และขอให้หมดเวรหมดกรรมต่อกันในเร็ววัน อย่าให้เราต้องทุกข์ต้องทนกันอีกเลย
รวมถึง แผ่เมตตา ให้เขา ในทุกๆครั้ง ที่ คิดถึง   จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนใจกันและกันเลย ...
สิ่งเหล่านี้  เคยทำมาแล้วค่ะ  ก็ต้องใช้ความ อดทน กันพอสมควร กว่าจะพ้นเวรพ้นกรรมตรงนั้นมาได้
เมื่อไหร่ที่ ท้อ .หรือเสียใจ  ให้คิดซะว่า  ยอมอดทน .. กับความทุกข์ใจ กับความผิดหวัง  ในวันนี้  เพื่อก้าวไปพบเจอ สิ่งดีๆ  คนดีๆ ในวันข้างหน้า นะคะ
 ~~~~~~~~~~~~~
หลังจากผ่านช่วงเวลา ของการ รักคนมีคู่ นั้นมาได้ ..  หันมองย้อนกลับไป  ต้องยอมรับค่ะว่า ..ชีวิต ตอนนั้น  ไม่มีอะไรดีเลย เหมือนกับการที่เรา ทำผิดศีล ข้อ 3 ไปแย่งของรักของคนอื่นมา  .. ค้าขายจากที่เคยดี ก็ แย่ลง พ่อแม่ ก็ ไม่ชอบ  .. เหมือนชีวิต ตกต่ำลง ... เมื่อผ่าน ตรงนั้นมาได้ ..ก็ต้อง มากลัวอีก ว่า สิ่งที่เราเคยทำไว้ จะส่งผลกับเราในชาตินี้ไหม จะโดนใครแย่งของรัก ไปหรือเปล่า ....
เยอะแยะค่ะ .. -*-   
จนวันหนึ่ง ..เหตุการณ์ ที่กลัว ก็เกิดขึ้นจริงๆ  ความเสียใจ ความเจ็บปวด ถาโถมเข้ามาอย่างแสนสาหัส .. รู้ซึ้งถึงการโดนแย่งของรัก ...  ถึงแม้จะรู้ว่า มันเป็นกรรมเก่า ที่ ตามมาส่งผลก็ตาม

ฉะนั้น ..หาก สามารถ หักห้ามใจ ตัดไฟแต่ต้นลม กันได้   อย่า นำพาตัวเอง เข้าไปสู่ วังวน ของการรักคนมีคู่เลยนะคะ ไม่อยากเห็นใครต้องเสียน้ำตา หรือทุกข์ใจ เหมือนกับที่ เราเคยเป็นเลยค่ะ

นส.อ่อนไหว

 



~~ กระต่ายหมายจันทร์ ~~


by พิทักษ์ เสริมราษฎร์

รักคนมีคู่ ฉันรู้เป็นเพียงแค่ฝัน
ดั่งเหมือนกระต่ายหมายจันทร์
ทุกวันฉันอิจฉาดาว
เธอมีคู่ใจ คิดไปหัวใจปวดร้าว
ดวงเดือนนั้นคู่ดวงดาว
แต่เราเปลี่ยวเหงาเศร้าใจ
รักของคนอื่น ขมขื่นสุดทรามาน
นางฟ้าหรือคู่ซาตาน
นับวันผันผ่านเหงาใจ
ดอกฟ้าสูงส่ง เอื้อมมือเด็ดคงไม่ไหว
ได้ชมแค่แสงนวลใย
คิดไปให้น้อยใจเรา
* กระต่ายหมายจันทร์ ว่าสักวันคงร่วงลงมา
อยากเอื้มมือโน้มกิ่งคว้า ลงมาจูบเดือนเย้ยดาว
ท้องฟ้ากว้างใหญ่ มองไปด้วยใจเปลี่ยวเหงา
ฟ้าคงหัวเราะเยาะเรา หลงชมแค่เงาจันทรา
* * รักคนมีคู่ ถึงรู้ว่าผิดศีลธรรม 
ยอมแม้หัวใจเจ็บช้ำ ไฟรักยังปรารถนา
รักของคนอื่น ขมขื่นสุดทรมาน
กระต่ายน้อยหลงคอยจันทรา
หวังร่วงลงมาให้ชม

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

อยากฉลาดป่ะ

ก่อนอื่นต้องถามว่า …..
 
เคย โง่ ไหม

โง่ ที่คิดว่า....คนที่เรารักเขา แล้วเขาจะรักเราคนเดียว
โง่ ที่คิดว่า.....คนที่เรา ดีใจเมื่ออยู่ใกล้เขาจะไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด
โง่ ที่คิดว่า.....เรามีความสำคัญกับเขา มากจนเขาขาดเราไม่ได้
โง่ ที่คิดว่า.....การโกหกจะไม่เกิดขึ้น ระหว่างคู่รักที่รักกันจริงๆ
โง่ ที่ คิดว่า.....คำหวานจากปากเขา เขาพูดเพราะเป็นห่วงเราจริงๆ
โง่ ที่คิดว่า.....เวลาที่เราต้องการเขา ที่สุด เขาจะอยู่กับเราเสมอ


อยากฉลาดป่ะ ….


ฉลาดพอที่ จะเข้าใจว่า......อย่าหวังว่าใครจะเห็นเราสำคัญมากไปกว่าตัวเค้าเอง


ฉลาด พอที่จะเข้าใจว่า......คนที่เรารัก....บางทีเค้าก็มีคนที่เค้ารัก


ฉลาด พอที่จะเข้าใจว่า......คนที่ เราอยู่ใกล้เค้าแล้วมีความสุขอาจเป็นคนเดียวกัน กับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด


ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า......คำหวาน จากปาก เค้า เค้าพูดเพียงเพราะเค้าชอบพูดคำหวานกับใครๆ เสมอ....ก็แค่นั้น


ฉลาด พอที่จะเข้าใจว่า......การ โกหกเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ว่าใคร


ฉลาดพอที่จะ เข้าใจว่า......คนที่เรารักอาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ไม่เคยรักเรา


ฉลาด พอที่จะเข้าใจว่า......เวลา ที่เราต้องการเค้าที่สุดอาจเป็นเวลาเดียวกันกับ เวลาที่เค้าหมดรักเราแล้ว

แล้ว

คุณคิดว่าคุณอยากเป็น คนโง่ หรือคนฉลาด ดี?


ถ้าเป็นฉัน...


" ฉันยอมโง่เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเค้าไปแต่ก้ออยาก ฉลาดในเวลาเดียวกันเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นตัวตลกให้เขาหลอก "

หุหุหุ

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ทำอย่างไรให้อยู่รอด...หลังเลิกรากับหวานใจ

หลัง จากต้องเลิกรากับสุดเลิฟอย่างขื่นขม ก็ถึงช่วงเวลาที่ต้องเยียวยาหัวใจและหาความสงบให้ตัวเอง ช่วงนี้คือช่วงที่ยากลำบากเพราะแผลยังสดเลือดยังไหลซิบไม่ยอมหยุด

ทำอย่างไรให้อยู่รอด...หลังเลิกรากับหวานใจby ตะละแม่วีนัส


เป็นช่วงเวลาที่เรายังไม่พร้อมออกไปเผชิญโลกและทำหน้าตาชื่นบานว่า เชอะ ช่างมันฉันไม่แคร์ ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก มาดูกันสิว่าเราจะเอาชีวิตรอดช่วงวิกฤตนี้อย่างไรให้ปลอดภัย

ยาเสพติดและแอลกอฮอล์
ทุก คนรู้ลิมิตของตัวเองในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ช่วงชอกช้ำแบบนี้สติสตังคนเรามักผิดเพี้ยนเสมอ เอาเป็นว่า เมาให้ลืมเธอ แค่เบาะๆ ก็พอ เช่น ดื่มค็อกเทลสัก 1-2 แก้วแค่ 2-3 คืนติดกันก็พอ แต่ถ้าคิดถึงของที่รุนแรงกว่านี้ก็ควรคิดทบทวนดูใหม่ เพราะการเมาสารเสพติดไปอีกเป็นเดือน ไม่ได้ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นหรอกค่ะ

  • ยาเสพติด
    อย่าขับรถตอนกำลังเมาเพียบโดยเด็ดขาด หรือแม้แต่ตอนที่เหนื่อยล้าสุดๆ หรือตาฝ้าฟางมองอะไรไม่ถนัด ขอแนะนำให้ไหว้วานคนที่ไม่รู้เห็นเรื่องการเลิกรามาขับรถให้ หรือนั่งแท็กซี่ดีกว่า
    ยาเสพยาที่ไม่รู้แหล่งที่มาแน่ชัด เพราะเราไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรกันแน่ ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิต
    อย่าเสพยาที่ไม่เคยลองมาก่อน นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทดลองอะไร
    อย่ากินยาเกินกว่าแพทย์สั่ง เพราะไปๆ มาๆ อาจนำไปสู่การคิดที่จะฆ่าตัวตายได้
    อย่าเสพยาถ้าเคยมีประวัติติดยาเสพติดมาก่อน
    อย่าเสพยาตอนอยู่คนเดียว
  • แอลกอฮอล์
    อย่าขับรถตอนเมาหรือมีเครื่องดื่มอยู่ในมือ
    อย่าดื่มมากกว่าที่เคยยามอยู่คนเดียว อาจเกิดอันตรายได้
    อย่าดื่มนู่นนี่ผสมกันมั่วไปหมด ผลที่ตามมาอาจเละเทะกว่าที่คิด

    ตาม ปกติคนที่ไม่ใช่นักดื่มมักจะหันมาเมาหัวราน้ำตอนอกหักนี่ละ อย่าลืมว่าร่างกายของเราไม่ชินกับของมึนเมา ดีไม่ดีอาจอ้วกแตกเอาง่ายๆ แถมยังเมาค้างปวดหัวแบบสุดๆ และต่อให้เป็นนักดื่มอยู่แล้วก็จะดื่มมากกว่าปกติเพื่อ เมาให้ลืมเธอ แน่นอนว่าวันถัดมาไม่มีใครรู้สึกดีขึ้น มีแต่จะรู้สึกว่าชีวิตแย่ลงกว่าเดิม

    อาหาร
    อกหักชอกช้ำขนาดนี้ ระบบการกินย่อมผิดปกติแน่นอน ถ้าไม่กินเป็นพายุบุแคมก็ต้องหมดความอยากอาหาร รับประทานไม่ลงกันเลยทีเดียว

  • กินไม่ลง
    ตามปกติเป็นคนที่เอนจอยอีทติ้งสุดๆ แต่พอหัวใจมันเจ็บช้ำ ก็เลยกระเดือกอะไรไม่ลงนอกจากเครื่องดื่มนิดหน่อยกับสูบบุหรี่เท่านั้น จริงๆ แล้วถ้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเกิน 24 ชั่วโมงควรกินอะไรบ้าง นิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี อาจเป็นขนมปังหรือแซนวิชอะไรก็ได้ สมองจะได้ปลอดโปร่งไม่เป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน
  • กินแหลก
    ถ้าไม่อยากให้ตัวเองล้มป่วยเพราะกินอะไรไม่ลง ป่วยทางใจแล้วอย่าให้ป่วยทางกาย ก็ปล่อยให้ตัวเองกินอะไรตามใจปากไปซะเลย บางคนพออกหักแล้วก็คว้าช็อกโกแล็ตมากินเป็นโหล เพราะฉะนั้นจงกินอะไรก็ได้ที่ใจอยาก แค่ 2-3 วันคงไม่มีผลอะไรกับน้ำหนักตัวหรอกค่ะ

    น้ำ
    แน่ นอนว่าชอกช้ำขนาดนี้ย่อมเสียน้ำตาไปหลายปี๊บเพราะเอาแต่ร้องไห้เป็นวรรคเป็น เวร หรือไม่ก็เมาหัวราน้ำ และเมาค้างขนาดหนัก ร่างกายต้องการน้ำบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก การขาดน้ำไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่มันทำให้ร่างกายไม่สดชื่นและรู้สึกแย่มากๆ แถมยังส่งผลต่อผิวพรรณและเส้นผมอีกด้วย ดังนั้นควรจิบน้ำไว้เรื่อยๆค่ะ

    บุหรี่

    สำหรับ คนที่ไม่ใช่นักสูบตามปกติ มักจะสูบบุหรี่ช่วง 2-3 วันแรกหลังเลิกราแล้วก็เลิกสูบเมื่อรู้สึกดีขึ้น แต่บางคนไม่เป็นอย่างนั้น ตอนแรกแค่คิดจะสูบเพื่อย้อมใจ ไปๆ มาๆ เลยติดบุหรี่ สูบมาเรื่อยจนเลิกไม่ได้

    ถ้าเพิ่งเลิกบุหรี่ไปหมาดๆ ถือว่าเป็นชัยชนะอย่างหนึ่งของชีวิต อย่าได้หวนกลับมาทำลายตัวเองเพราะผู้ชายคนเดียว

    ถ้า เป็นนักสูบอยู่แล้วก็จงสูบต่อไป นี่ยังไม่ใช่เวลาเลิกบุหรี่ สุบอีกสัก 2-3 คอตตอนคงไม่ทำให้เป็นมะเร็งปอดปุบปับขึ้นมาตอนนี้หรอกค่ะ เอาไว้ค่อยเลิกทีหลัง

    ออกกำลังกาย
    ถ้า เป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ลองผ่อนคลายดูบ้าง หยุดไปฟิตเนสสัก 2-3 วันคงไม่ทำให้ชีวิตแย่หรือหุ่นจะเผละเป็นช้างน้ำแน่ แต่ถ้าไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำก็ไม่ต้องกระเหี้ยนกระหือไปวิ่ง 10 กม.ไม่ยอมหยุด เอาเป็นว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ไม่ควรกดดันตัวเองไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็ตาม

    สถานที่ปลอดภัย
    จินตนาการ ถึงสถานที่ที่มีความสุขและปลอดภัยสำหรับเรา อาจเป็นบ้านคุณยายที่เราเคยวิ่งเล่นกับลูกพี่ลูกน้องสมัยเด็กๆ อาจเป็นกระท่อมริมทะเลยามพระอาทิตย์ตกดิน อาจเป็นอ่างอาบน้ำแสนสบายที่บ้านของตัวเองก็ได้ ทุกครั้งที่เราเริ่มจิตตกจมดิ่งสู่ความขื่นขมให้จินตนาการว่าตัวเองกำลัง อยู่ในสถานที่อันปลอดภัยและมีความสุขเหล่านี้ ถึงแม้จริงๆ แล้วเรากำลังนั่งอยู่บนรถไฟมุ่งกลับบ้านก็เถอะ และปล่อยให้ตัวเองอยู่ในจินตนาการนั้นจนกระทั่งรู้สึกดีขึ้น

    กิจกรรมอื่นๆ
    นอน บนเตียง ในท่าคุดคู้เหมือนทารกในท้องแม่ บางครั้งเราก็ไม่อยากทำอะไรนอกจากปล่อยให้ตัวเองอยู่อย่างเจ็บช้ำแบบนี้ละ แต่อย่านอนหงิกแบบนี้เกินหนึ่งวัน

    เดินเล่นสัก 5 นาที เราอาจรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมออกจากบ้าน แต่การเดินเล่นแถวบ้านในช่วงสั้นๆ รับอากาศบริสุทธิ์สักนิด อาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นบ้างแทนที่จะซุกตัวอยู่บนเก้าอี้นวมเพียงอย่างเดียว

    ดูหนัง เราอาจไร้อารมณ์ที่จะดูหนัง แต่อย่างน้อยความมืดในโรงหนังก็ทำให้ไม่มีใครมองเห็นดวงตาที่บวมช้ำและจมูก แดงเรื่อ ควรเลือกไปดูหนังในช่วงกลางวันเพื่อจะได้ไม่บังเอิญไปจ๊ะเอ๋กับคนรู้จัก หรือจะเช่าหนังมาดูที่บ้านก็ได้ จะได้ร้องไห้เวลาอินกับหนังให้สาแก่ใจไปเลย ถือว่าเป็นการปลอดปล่อยและระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

    ดูทีวี นั่งดูไปเลยค่ะ ดูมันทั้งวันก็ได้ รายการดีหรือห่วยแค่ไหนก็ตามสะดวก
    ช่วงนี้ถือเป็นช่วงอันตรายลูกผีลูกคน ควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังอย่าดราม่าจนเกินไป เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองค่ะ.

  •  

    ที่มา  http://lifestyle.th.msn.com/love/relationship/article.aspx?cp-documentid=4270925

    วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

    ร้องให้พอ …

    ช่วงนี้ มีหลายๆ ท่าน ส่งผ่าน มาว่า อยากร้องไห้ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น …

    เข้าใจความรู้สึกค่ะ … วันใด ที่คุณๆ สุดจะทน อยากร้องไห้ ก็ขอให้ร้องออกมานะคะ  แต่อย่าร้องบ่อยเกินไป  มันจะกลายเป็นความอ่อนแอ ที่ติดอยู่ในใจของคุณ และจะทำให้คุณไม่สามารถก้าวผ่านความเจ็บปวดนั้นไปได้

    เที่ยวนี้ ขออัพบล็อก ด้วยการ นำเพลงนี้ มาฝาก เพื่อนๆ ค่ะ …

    เนื้อเพลง : ร้องให้พอ

    Retrospect (เรทโทรสเปค)Feat. DA Endorphine

    รู้ซึ้งถึงการต้องอยู่ลำพัง เวลาไม่อาจรั้งเธอไว้ข้างกาย
    รุ้ซึ้งถึงคำว่าเจ็บเจียนตาย ไม่มีเธอเคียงข้างฉัน
    เรื่องราวดีๆในวันนั้น ไม่มี ไม่มีแล้ว
    รอยยิ้มเหมือนวันเก่า เพิ่งรู้ในวันที่สายไป
    น้ำตาฉันรินไหล และฉันต้องทำตัวเช่นไร
    ชีวิตที่มีก็เหมือนตาย..

    ภาพสองเราเวียนวกวนในใจ ยังเป็นสุขไหม เมื่อไม่มีกัน
    ท้องฟ้าที่เรานั่งมองครานั้น เธอยังคงจำมันได้ไหม
    และมันไม่เคยจะจางหาย ไม่มี ไม่มีแล้ว
    รอยยิ้มเหมือนวันเก่า เพิ่งรู้ในวันที่สายไป
    น้ำตาฉันรินไหล และฉันต้องทำตัวเช่นไร
    ชีวิตที่มีก็เหมือนตาย..

    …ร้องไห้ ปล่อยออกมา จากน้ำตา
    ในเมื่อเขาไม่คืนกลับมา เธอยังคงมีใคร
    ที่ยังรักเธอ อยู่ตรงนี้ไม่เคยไปใหน
    และเธอนั้นต้องเดินต่อไป ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร

    อยากจะลบเลือนให้จางหาย แค่วันนี้ทำใจไม่ได้
    แต่อย่างน้อยฉันก็เข้าใจ แค่เจ็บช้ำไม่ถึงตาย
    และชีวิตต้องเดินไปอีกครั้ง
    …ร้องไห้ ปล่อยออกมา จากน้ำตา
    ในเมื่อเขาไม่คืนกลับมา เธอยังคงมีใคร
    ที่ยังรักเธอ อยู่ตรงนี้ไม่เคยไปใหน
    และเธอนั้นต้องเดินต่อไป ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร



    วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

    สัจธรรม ความรัก..

    เหงา..

     ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก

    แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก

    ถ้าวันนี้ คนสองคนต่างหมดรักกันไป คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก

    แต่เป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณยังปล่อยวางลงไม่ได้

     

    ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟู

    จนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า

    “มีวันที่รักมา ก็มีวันที่รักไปได้”

    ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาน จนหลายคนอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้

    ในยามที่รักยังอยู่ เรามักหลอกตัวเองว่า

    เพราะเรารักเขามาก คงเห็นความดี ความตั้งใจของเรา

    และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย

     

    และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น

    “ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา” เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง

    ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา

    ความรู้สึกนี้แหละ คือ จุดเริ่มต้น ของความเจ็บปวดทั้งมวล

    เพราะมันฝืนกฏธรรมชาติ

     

    ไม่ได้บอกว่า รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป

    เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือลดน้อย ถอยลง ก็เป็นเพราะคนสองคน

    ไม่ใช่ความต้องการของเขาฝ่ายเดียว หรือเราฝ่ายเดียว

    ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อน เข้าใจยาก….

    แต่ในความซับซ้อนนั้น ก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง

    เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องไหน สารพัด ทุกอย่างล้วนอยู่ในกฏเดียวกัน 

    คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แปรสภาพ แล้วก็จบไป

    รักที่สมหวัง อยู่กันจนแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้น กฏข้อนี้

    เพราะวันหนึ่ง ไม่เราก็เขา ก็ต้องตายจากกัน

    “สิ่งสำคัญ จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า วันนี้เขาอยู่หรือจากไป” 

    สำคัญที่ว่า ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน

    ขอให้มีความทรงจำ…ที่ดี ก็เพียงพอแล้ว

    อย่างน้อยเราก็มีอะไรดีๆให้นึกถึง และยิ้มให้กับความทรงจำนั้น

    ถึงวันนี้จะยังร้องไห้ ก็คงไม่เป็นไร เพราะชีวิตก็แบบนี้ มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า

    สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ ก็อยู่กับเราไม่นาน

    สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์ก็เป็นเหมือนกัน

    ร้องไห้แล้ว ก็อย่าร้องเปล่าๆ ต้องมองให้เข้าใจในสัจธรรมของชีวิตด้วย

    credit - หนัง เรื่อง  IL MARE

    วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

    อดทน ยอมรับความจริง

    “บางครั้ง ในชีวิตคนเราก็ต้องอดทน กับสิ่งที่ไม่อยากอดทน”

    การยอมรับความจริง แม้จะเจ็บปวดมากมายเพียงใดก็ตาม ต่อให้หนีความจริงมากมายแค่ไหน แต่วันหนึ่ง เราก็ต้องกลับมายอมรับมันอยู่ดี

    คนบางคน ใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะพร้อมทำใจยอมรับ  ถึงวันนั้น หลายๆอย่างอาจดูสายไป สำหรับสิ่งดีๆที่มีเข้ามาในชีวิต

    บางคน ดิ้นรนหนีความจริง หลอกตัวเองไปวันๆ แต่ก็ต้องอยู่กับความกลัวตลอดเวลา อยู่กับความสุข บนความทุกข์ใจลึกๆของตัวเอง

    บางคน ใช้เวลาไม่นานนักที่จะยอมรับสิ่งที่เป็นไป อาจจะดูเหมือนไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

    แต่เพราะเค้ารู้ว่า ทุกอย่างต้องเป็นไป ตามวาระเวลา และลึกๆแล้วยังคงคิดถึงมันไม่เปลี่ยนแปลง

     

    จริงอยู่ ที่วันนี้ เราเหนื่อยนัก ได้แต่..ร้องไห้…กับสิ่งที่เจอ ปานว่าจะขาดใจ

    แล้ววันหน้าล่ะ เราจะร้องไห้แบบนี้ ไปอีกนานแค่ไหน  ใครให้คำตอบได้บ้าง

    ยามผิดหวัง ท้อแท้ เสียใจ ได้แต่บอกตัวเอง ว่า ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ..

    กลับกัน .. ทำไม เราถึงไม่ถามตัวเองบ้าง ว่า ฉันจะร้องไห้แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

    เมื่อเหนื่อยนัก ทำไม ไม่หยุดมัน เมื่อเขาไม่รัก เมื่อเขาทิ้งเราไป เราจะร้องไห้ให้เขาเพิ่ออะไร

    ในความเป็นจริง เราอาจจะถาม แต่ก็คงได้แต่ถาม... เมื่อมันยังทำใจไม่ได้เลย…เพราะ เรายังไม่ยอมรับความจริง

     

    เหนื่อยจัง  ฉันได้แต่บอกตัวเองซ้ำๆ ย้ำๆ อย่างนั้นกับทุกวันที่ผ่านมาและผ่านไป

    กับคำถาม “ทำไม” ในใจตลอดเวลา 

    ทำไมเขาทิ้งเรา ทำไมเขาไม่รักเรา ทำไมต้องให้ความหวัง แล้วหลอกเรา ทำไมเราไม่ดีตรงไหน ทำไมเราสู้คนนั้นไม่ได้ ทำไม และ ทำไม ….

    ได้แต่ถาม ซ้ำไปซ้ำมา กับตัวเอง … คุยกับตัวเอง  

    ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ เหมือนได้แต่ตอกย้ำตัว 

    จนเราลืมที่จะปลอบใจตัวเอง …. ว่า ทำไม เราถึงไม่ยอมรับความจริง ทำไมเราถึงต้องมานั่งคร่ำครวญ ให้ตัวเองทุกข์ใจแบบนี้  ทำไม และ ทำไม ….

      

     

     

    วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

    อยู่คนเดียวให้ได้

    ความรักที่คุณเพาะบ่มมานานจนได้ที่
    จนคุณเองคิดว่านี่แหละคือ...รักแท้
    บางทีไม่อาจเป็นอย่างที่คุณคิด
    ......................
    คุณจำความรู้สึกของกอดแรกได้ไหม
    มันอบอุ่นจนคุณเองก็บอกไม่ถูก
    มันเป็นกอดแรกเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ร่วมกัน
    นั่นหมายความว่าคุณกับเขา...ได้ให้สัญญาร่วมกัน
    .......................
    คุณเคยคิดไหมว่าวันหนึ่ง สัญญาที่ให้ไว้ซึ่งกัน
    ต้องกลับกลายเป็นโมฆะ
    เพียงเพราะว่าใครคนหนึ่งผิดกติกา
    โดยยกเหตุผลไม่ดีต่างๆนานา มาต่อว่าคุณ
    คุณไม่ต้องแปลกใจ
    เพราะนั่นคือกลไกของธรรมชาติ
    ที่ถูกเขาสร้างขึ้นมา...เพื่อที่จะบอกลาคุณ
    ........................
    คุณอาจโอบกอดเขาไว้
    และใช้สายตาคู่นั้นเว้าวอน
    มันเป็นสายตาอบอุ่นคู่เดิมเมื่อแรกพบ
    ที่คุณเคยมองเขาและเขาก็มองตอบคุณ
    ด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกัน
    หากวันนี้สายตาเย็นชาคู่นั้นของเขา
    ไม่อาจแม้แต่จะเหลือบมองสายตาเว้าวอนคู่นี้ของคุณ
    .......................
    กติกากำหนดเกมส์ได้
    แต่กำหนดใจคนไม่ได้
    คุณต้องยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น
    คุณอาจจะเจ็บตรงก้อนเนื้อที่ในอกซ้าย
    แน่นอนไม่มียาชนิดใดรักษาได้
    เวลาเท่านั้นที่จะช่วยปฐมพยาบาลคุณ
    ........................
    หากคุณเคยโอบกอดเขาครั้งสุดท้าย...ของการจากลา
    คุณจำความรู้สึกของกอดครั้งนั้นได้ไหม
    คุณจะรู้สึกแตกต่างจากกอดแรกโดยสิ้นเชิง
    จนคุณเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
    มันเป็นกอดสุดท้ายเพื่อที่จะต้องไปจากกัน
    นั่นหมายความว่าคุณกับเขาได้ล้มเลิกสัญญาต่อกันแล้ว
    ....................
    คุณอาจกำลังเคว้งคว้าง เจ็บปวด...และเปล่าดาย
    คุณกำลังต้องการใครสักคน อยู่เคียงข้างคุณทุกเวลา
    นั่นเพราะว่าคุณไม่อยากอยู่คนเดียว
    เพราะเวลาที่คุณอยู่กับตัวเองเมื่อไหร่
    คุณจะพบกับภาพความทรงจำเก่าๆ
    ของคุณและเขาที่เคยมีต่อกัน
    มันย้อนเข้ามาทักทายทุกครั้งในความนึกคิด
    เหมือนหนังม้วนเก่าที่คุณไม่อยากดู...แต่ก็ต้องทนดู
    เพราะมันจะฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    บางทีคุณอยากหาหนังเรื่องใหม่มาอัดซ้ำ
    แต่คุณก็ทำไม่ได้
    บางทีคุณอยากปิดมัน
    แต่คุณก็ทำไม่ได้
    เพราะหนังเรื่องนี้ดูด้วยหัวใจ...ไม่ใช่ดวงตา
    ยิ่งวนเวียนฉายหลายรอบเท่าไหร่
    คุณยิ่งเจ็บช้ำมากเท่านั้น
    ....................
    คุณต้องอยู่คนเดียวให้ได้
    ในเมื่อครั้งก่อนคุณยังไม่เจอเขา
    คุณก็เคยอยู่มาแล้ว
    จะอยู่คนเดียวอีกสักครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร
    คุณยังมีพ่อ มีแม่ พี่น้อง และเพื่อนดีๆอีกหลายคน
    ที่คุณรักแล้วเขาก็รักคุณ
    เวลาที่คุณรู้สึกเหงา จงนึกถึงพวกเขา
    เพราะนั่นคือยาบรรเทาความเจ็บปวดของคุณ
    .........................
    คุณต้องอยู่คนเดียวให้ได้
    เพราะชีวิตคุณ...เป็นของคุณ
    อย่าให้ใครบางคนในใจ
    ที่เคยทำร้ายคุณ...มาทำลายความเป็นคุณ
    จงยิ้มสู้ทั้งๆที่รู้ว่ามันยาก
    แต่คุณก็ต้องทำ
    ยิ่งคุณเข้มแข็งเร็วเท่าไหร่
    แผลที่อยู่ในอกซ้าย...ก็จะหายเร็วเท่านั้น

     

     

     

    ที่มา : ผลบุญ ดอทคอม

    วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

    ปลดปล่อย และ กลับมาเป็นคนเดิมเถอะนะใจ

    กำลังใจจาก พี่ชาย ร่วมคลับร่วมชมรมคนหนึ่ง พี่ nongnoom นาวาร่าคลับไทย

    … ในยามที่ใจ เราท้อแท้ ไม่ว่าจะเป็นกำลังใจ เพียงเศษเสี้ยวจากใครก็ตาม เมื่ออ่านแล้ว ก็ต้องร้องไห้ทุกครั้งไป

    เมื่อหนทางข้างหน้า มิรู้เลย ว่าจะดี จะร้าย สำหรับเราเพียงใด

    ใจเราเท่านั้น ที่ต้องนิ่ง เพื่อ เตรียมตัวรับ สิ่งที่ต้องเป็น  กำลังใจ จึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่เราควรมองหา และเปิดรับ ให้มากที่สุด

     

     

    ปลดปล่อยละทิ้งความตั้งใจ

    ปล่อยวางสูญสิ้นความตั้งใจ

    แล้วกลับมายืนที่เดิม

    ยืนบนความเป็นตัวตนของตนเอง

    อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เราคิดผิดและใส่ใจมากไป

    สิ่งนั้นคือความฝันที่อยู่ไกล

     

    กลับมาแล้ว กลับมาเป็น คนเดิมดีกว่า

    เป็นตัวเรา ที่เราเป็น

    เพราะเรามันเป็นคน

    เกิด มาจากดิน ดินก็คือดิน ไม่สามารถกลายเป็นหินได้

    นอกจากเป็นฝุ่นที่หลุดลอยตามสายลม

    แต่มันจะกลับมาเป็นดิน อีกครั้ง เมื่อมันเจอสายฝน

    เหนื่อยนักก็พักก่อน

    แดดอ่อนๆกับสายลม

    คงช่วยคนอย่างเรากลับมาใหม่ได้ดั่งเดิม

    กลับมายืนที่เดิม